ต้องรู้! เมื่อรถจอดเสีย บนทางด่วน “ล่าสุด” รถชนรถจอดเสีย กระแทกคนขับตกจากทางด่วน

ต้องรู้! เมื่อรถจอดเสีย บนทางด่วน “ล่าสุด” รถชนรถจอดเสีย กระแทกคนขับตกจากทางด่วน

วิเคราะห์เหตุและปัจจัย เมื่อรถจอดเสียบนทางด่วน มักจะเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงถึงเสียชีวิต ข้อควรรู้และข้อเสนอแนะที่ต้องเร่งหาทางแก้ไข

 

     กรณีรถจอดเสียบนไหล่ทางด่วนรามอินทรา เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2561 ขณะยืนดูรถที่จอดเสียพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีรถอีกคันขับมาพุ่งชน ทำให้คนขับรถที่จอดเสียกระเด็นตกจากทางด่วนเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ

     จากภาพเหตุการณ์จะเห็นได้ว่ารถคันที่ขับมาพุ่งชนได้ “ขับรถมาตามไหล่ทาง” ซึ่งนอกจากไหล่ทางจะมีพื้นที่น้อยแล้ว เมื่อรถจอดเสีย”ไม่ได้มีการแจ้งเตือน” รถเจ้าหน้าที่ ที่มาช่วยก็ไม่ได้วางสัญญลักษณ์เตือน หรือจอดรถขวาง เปิดไฟกระพริบให้ผู้ขับรถผ่านมาได้รับทราบ

 

 

     จากกรณีที่เกิดขึ้น นักวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนนได้ให้ข้อเสนอแนะว่า จากสถิติการทางพิเศษ ปี 2560 มีรถจอดเสียมากถึง 2,600-2,700 คัน/เดือน เฉลี่ย 84 คัน/วัน นับเป็นความเสี่ยงสำคัญ ที่ต้องมีระบบป้องกัน

ข้อเสนอที่ต้องเร่งพิจารณามีดังนี้ คือ

(1) ขณะที่ยังไม่มีคนมาช่วย .. ถ้าไม่มีที่หลบมายืนไหล่ทาง ก็น่าจะอยู่รถ (ชมคำแนะนำจากคลิปด้านล่าง)

_ คาด belt (ทั้งคนขับ+ผู้โดยสาร ทั้งตอนหน้า-หลัง)
_ เข้าเกียร์ P และ ดึงเบรคมือ
_ หักล้อเข้าหาขอบทาง (ลดโอกาสที่รถจะพุ่งไปข้างหน้าหรือข้างขวา อย่างรวดเร็ว)

_ “เปิดไฟฉุกเฉิน” เตือนไว้ด้วย

(2) เมื่อมีรถมาช่วย (ตำรวจ/เจ้าหน้าที่การทางฯ)

_ ตำรวจ/จนท. ควรวางอุปกรณ์เตือน (กรวยสะท้อนแสง) ให้คันอื่นระมัดระวัง ไม่วิ่งเลนซ้าย อย่างน้อย 50 เมตร (ขึ้นกับช่วงเวลา ถ้าช่วงรถใช้ความเร็วสูง ก็ควรวางกรวย 100 เมตร)

_ รถที่มาช่วย ควรจอดขวาง ก่อนถึงรถที่จอดเสีย และเปิดไฟวับวาป เพื่อเตือนคนที่จะแซงหรือวิ่งไหล่ทาง ให้เห็นแต่เนินๆ

(3) การทางพิเศษ ควรเพิ่มมาตรการ ลดพฤติกรรมแซงซ้ายไหล่ทาง โดยเฉพาะในช่วงเวลาปกติที่รถใช้ความเร็วได้

_ เนื่องจากช่วงรถติด คนจะนิยมวิ่งไหล่ทาง เพราะคล่องตัว , และเคยชิน (บางครั้ง จนท. โบกให้วิ่งไหล่ทาง)

รวมทั้ง พฤติกรรมที่จะพบบ่อย คือ ขับรถโดยไม่เว้นระยะห่างคันหน้าเพียงพอ ทำให้มุมในการมองเห็นรถจอดเสียริมทาง เป็นไปอย่างจำกัด

_ ในช่วงปกติ (รถไม่ติด) ในคลิป เป็นช่วง 9 โมง กว่าๆ และรถไม่ติด ทำความเร็วได้ ดังนั้น รถที่จอดเสียเมื่อถูกพุ่งชน จะมีอันตรายเพิ่มขึ้น

ดังนั้น .. ต้องเพิ่มมาตรการ เตือน/กวดขันไม่ให้ใช้ไหล่ทางเพื่อวิ่งหรือแซงหรือวิ่ง เพราะอันตรายกับรถที่จอดเสียริมทาง

     

     ส่วนด้านความปลอดภัยทางถนน วิทยากรด้านความปลอดภัยทางถนนในเรื่องของมนุษย์ปัจจัย หรือ HF (Human Factor) ได้สะท้อนมุมมองในเรื่องนี้ว่า

1. ผู้ขับรถฟอร์จูนเนอร์(ที่มาชน) เริ่มจากฝ่าฝืน เครื่องหมายบนพื้นทาง โดยเข้าไปขับกินเลน ที่เรียกว่าช่องไหล่ทาง ซึ่งมีความกว้างน้อยกว่าช่องทางเดินรถ ต่อมาการรับรู้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง (ผู้ขับขี่บอกว่า คิดว่ารถวิ่งอยู่) แต่รถจอดเสียอยู่ ไม่มีข้อมูลว่ารถคันที่จอดมีการเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือไม่ และสุดท้าย ความเร็วรถที่ใช้มาเกินขีดจำกัด ที่ผู้ขับขี่จะสามารถห้ามล้อได้ทัน เมื่อ พบว่ามีอุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉิน ด้านหน้า (ขับรถคันหลัง ต้องระวังคันหน้า)

2. ผู้ขับขี่ รถยนต์คันที่จอดเสีย. รถจอดเสียบนผิวทางจราจร คือการสร้างสภาพที่ไม่ปลอดภัย อย่างหนึ่ง ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน. หลักการคือ เมื่อรถเสียต้องรีบเคลื่อนย้ายให้พ้นผิวการจราจร. เมื่อเห็นว่า ได้จุดที่ปลอดภัย ให้รีบแสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ เพื่อให้คนอื่นรู้และหลีกเลี่ยง และสุดท้าย ประเด็นรถเสีย. (ความร้อนขึ้น) เห็นได้ว่าผู้ขับขี่ ขาดทักษะความรู้เรื่องทฤษฎี shell model ความตระหนักรู้และความใส่ใจในกฏแห่งความปลอดภัย คนและรถต้องพร้อมเดินถนนเมื่อต้องเดินทาง

3. จนท.ผู้ให้การช่วยเหลือ (ตำรวจ) เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ไม่เร่งรีบลดความเสี่ยง ของสภาพที่ไม่ปลอดภัย (รถจอดเสีย) ให้เรียบร้อยก่อน พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกการจราจร เพื่อป้องกันเหตุ ก่อนการร้องขอความช่วยเหลือ รวมทั้งการให้คำแนะนำกับผู้ขับขี่ (เจ้าของรถที่เสีย) ให้อยู่ในจุดที่ปลอดภัย

– ชมคลิป คำแนะนำข้อปฏิบัติเมื่อรถเสียบนทางด่วน :
https://www.facebook.com/ThaiPBSFan/videos/271488153468711

– ชมคลิป รถชนรถจอดเสีย กระแทกคนขับตกจากทางด่วน :
https://www.facebook.com/ThaiPBSFan/videos/594512617617750/

 

ทีมข่าว Roadsafety Newstizen