การประชุมนานาชาติด้านการป้องกันการบาดเจ็บและส่งเสริมความปลอดภัย ครั้งที่ 13 (Safety 2018)

การประชุมนานาชาติด้านการป้องกันการบาดเจ็บและส่งเสริมความปลอดภัย ครั้งที่ 13 (Safety 2018)

 

     ประเทศไทยเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพ การประชุมระดับโลกว่าด้วยการป้องกันการบาดเจ็บและการส่งเสริมความปลอดภัย ครั้งที่ 13 ว่าด้วยเรื่อง “ก้าวหน้าสู่โลกที่ปลอดภัย ห่างไกลการบาดเจ็บ และความรุนแรงอย่างยั่งยืน”
ระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม BITEC บางนา กรุงเทพฯ

     นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร ผู้จัดการโครงการประชาสัมพันธ์การประชุมระดับโลก ว่าด้วยการป้องกัน การบาดเจ็บ และความรุนแรงอย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมระดับโลก ว่าด้วยการป้องกันการบาดเจ็บและการส่งเสริมความปลอดภัย ครั้งที่ 13 ต่อจากประเทศฟินแลนด์ เมื่อปี 2016 (2559) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศ จากภูมิภาคเอเชียที่ได้รับเกียรติครั้งนี้ โดยความร่วมมือ ของหน่วยงานหลัก 4 หน่วยงาน ได้แก่ องค์การอนามัยโลก กระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การเป็นเจ้าภาพของไทยครั้งนี้จะได้รับประโยชน์มาก ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำงานกับผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางสังคม จากต่างประเทศทั่วโลก ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาสังคม ปัญหาสุขภาพ ปัญหาและ การจัดการด้านความปลอดภัย ทางถนน การป้องกันความรุนแรงในเด็กและสตรี การป้องกันการบาดเจ็บในผู้สูง อายุและการเล่นกีฬา ภายใต้เป้าหมายร่วมกันทั่วทั้งโลก คือ เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals : SDGs ขององค์การอนามัยโลก ถือเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการจัดงานได้มอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเป็นประเทศแรกที่มีปัญหาด้าน ความปลอดภัยมากกว่าทุกประเทศที่เคยจัดมา ที่สำคัญคือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน และเป็นองค์ประธานเปิดงาน

     การประชุมครั้งนี้มีผลงานทางวิชาการส่งมาจากทั่วโลกและผ่านการคัดเลือก 1,300 เรื่อง ในบรรดาผลงานมีเรื่อง การล้มของผู้สูงอายุมากที่สุด ผลงานวิชาการจากสหรัฐอเมริกากว่า 500 เรื่อง ประเทศจีน 158 ประเทศไทย 150 ในบรรดาภัยทั่วโลกที่มีสถิติรายงาน พบว่า เรื่องของความรุนแรงเป็นภัยอันดับ 1 ของโลกมากกว่า 1.6 ล้านคน อันดับ 2 คือ รถชนกันตาย 1.5 ล้านคน คนตายเพราะล้มเสียชีวิต 646,000 เคส ต่อปี 360,000 เป็นการจมน้ำเสียชีวิต  ส่วนมากอายุน้อยกว่า 25 ปี ภัยจากการถูกทำร้าย

     ขณะที่ภัยต่างๆในประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2555-2559) อุบัติเหตุทางถนนทำให้เสียชีวิตสูงที่สุด รองลงมาเป็นการพลัดตกหกล้ม การทำร้ายตัวเอง การถูกทำร้าย การตกน้ำจมน้ำ สัมผัสกับแรงเชิงวัตถุสิ่งของ สัมผัสกระแสไฟฟ้า รังสี สัมผัสความร้อนควันไฟ เปลวไฟ สัมผัสพิษจากสัตว์หรือพืช ฯลฯ ตามลำดับ

     การประชุมระดับโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บและส่งเสริมความปลอดภัย ครั้งที่ 13 (Safety 2018- The 13th World Conference on Injury Prevention and Safety Promotion) จะมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นักดำเนินการรณรงค์ และผู้สนใจจากทั่วโลก ให้เข้าร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทางวิชาการทั้ง 13 ด้าน คือ

1. ความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ถนนที่เปราะบาง เช่น ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ จักรยาน คนเดินเท้า เป็นต้น                (Road safety focus on vulnerable road users)
2. ความรุนแรงในเด็กและสตรี (Violence)
3. การบาดเจ็บในเด็กและความปลอดภัยในชุมชน (Child safety and injury)
4. การป้องกันการจมน้ำ (Drowning)
5. การสนับสนุนเชิงนโยบาย (Evidence/Policy)
6. ชุมชนปลอดภัย (Community Safety)
7. ความปลอดภัยในการประกอบอาชีพ (Occupational Safety)
8. การป้องกันการล้ม (Fall)
9. ความปลอดภัยจากการกีฬา (Sport Safety)
10. การบาดเจ็บจากการไหม้ (Burn)
11. การป้องกันอื่นๆ (Other Prevention)
12. การบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน (Emergency Medical Services : EMS)
13. การฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation)

ผู้สนใจสามารถติดตามดูและสมัครเข้าร่วมการประชุมได้ทาง www.worldsafety2018.org

Up Date : Draft_Conference Programme

https://drive.google.com/open?id=1zm3QWY_lH48eIIG80DFcMQpwTn8iwp-2