ศาลสั่ง บ.ข.ส. และทายาทคนขับคดี ‘รถตู้จันทบุรี 25 ศพ’ จ่ายค่าสินไหมกว่า 20 ล้านบาท

ศาลสั่ง บ.ข.ส. และทายาทคนขับคดี ‘รถตู้จันทบุรี 25 ศพ’ จ่ายค่าสินไหมกว่า 20 ล้านบาท

11

ศาลสั่งลงโทษ บ.ข.ส. และทายาทคนขับรถตู้ จ่ายค่าสินไหม 20 กว่าล้านบาท ชดเชยญาติผู้เสียชีวิต คดีรถตู้จันทบุรี 25 ศพ

จากกรณี เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2560 เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสาร สาย จันทบุรี – กรุงเทพ หมายเลขทะเบียน 15-1352กรุงเทพมหานคร พุ่งข้ามเลนไปชนรถกระบะที่แล่นสวนทางมาอย่างรุนแรง จนเกิดเพลิงลุกไหม้รถทั้งสองคัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากรถตู้โดยสารทั้งหมด 14 ราย ส่วนผู้โดยสารในรถกระบะเสียขีวิต 11 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 25 ราย นำไปสู่การยื่นฟ้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด 2017 วีเจ ทรานสปอร์ต เป็นจำเลยที่ 1 นางสาววาสนา จันทร์เอี่ยม เป็นจำเลยที่ 2 และบริษัท ขนส่ง จำกัด เป็นจำเลยที่ 3 กรณีละเมิด ต่อศาลจังหวัดจันทบุรี เรียกค่าเสียหาย รวมกว่า 30 ล้านบาท

ล่าสุด วันนี้ (4 ตุลาคม 2561) นายธนัช ธรรมิสกุล ผู้รับมอบอำนาจจากญาติผู้เสียชีวิตในการฟ้องคดี พร้อมด้วยนายโสภณ หนูรัตน์ ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ผู้ดูแลคดี และโจทก์อีก 11 ราย ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตอีก เดินทางไปยังศาลจังหวัดจันทบุรีเพื่อฟังคำพิพากษา

นายโสภณ กล่าวหลังจากการฟังคำพิพากษาว่า วันนี้ศาลจังหวัดจันทบุรีได้ตัดสินให้จำเลยที่ 3 และจำเลยร่วมที่ 1 และ 2 คือ ทายาทของคนขับ ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ญาติของผู้เสียชีวิต รวมเป็นเงิน 20,780,000 บาท (ยี่สิบล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) รวมทั้งต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิด (2 มกราคม 2560) ส่วนสำคัญ คือ ศาลชั้นต้นได้กรุณากำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษกับโจทก์แต่ละราย รายละ 500,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าคนขับรถประมาท เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก รวมทั้งค่าสินไหมทดแทน ได้แก่ ค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าขาดแรงงานในครัวเรือน และค่าทรัพย์สินเสียหายสูญหาย ส่วนจำเลยที่ 1 และ 2 ศาลได้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าจำเลยทั้งสองไม่ใช่นายจ้างหรือตัวการตัวแทนที่ต้องรับผิดร่วมกับคนขับรถตู้คันเกิดเหตุ ซึ่งส่วนนี้ มพบ. จะมีการประชุมคดีเพื่อพิจารณาในการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป

“คำตัดสินในวันนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีในเรื่องคำพิพากษา เรื่องเกี่ยวกับรถตู้โดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นบทบาทหนึ่งของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันออก ในการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ที่เสียหายจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถโดยสาร” นายโสภณกล่าว

1111

นางศศินันท์ สิทธิบุศย์ มารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

นางศศินันท์ สิทธิบุศย์ มารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ กล่าวว่า สาเหตุที่มาฟ้องคดี เนื่องจากหลังการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว บริษัทไม่ได้เข้ามาสนใจดูแล หรือแสดงความรับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นเลย จึงตัดสินใจฟ้องคดีเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงขั้นตอนการพิพากษานั้น รู้สึกว่าใช้ระยะเวลานานมาก แต่เข้าใจว่าขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาตัดสินนั้นต้องใช้ระยะเวลา และพึงพอใจกับคำตัดสินในระดับหนึ่ง

111

นางเสงี่ยม หินอ่อน มารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

นางเสงี่ยม หินอ่อน มารดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ลูกสาวเสียชีวิต การใช้ชีวิตก็ลำบากมากขึ้น เพราะจะต้องเลี้ยงลูกของลูกสาว และในบางวันก็จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยง วันละ 200 บาท เพราะต้องไปทำงานที่สวนยาง ด้วยเหตุนี้ทำให้ตัวเองเข้ามาร่วมฟ้องคดีดังกล่าวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

      “หากลูกสาวอยู่น่าจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่พอลูกสาวเสีย เราก็เหมือนจะหมดทุกอย่างไปเลย อีกอย่างแม้ว่าจะผ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังคิดถึงเขาอยู่เสมอ เมื่อลูกเขาเข้าไปเห็นรูปของแม่ เขาก็ถามว่าแม่ไปไหน เราก็ได้แค่บอกไปว่า แม่ไปสวรรค์นะ” นางเสงี่ยมกล่าวและว่า หลังจากฟังคำพิพากษาของศาลก็เกิดความรู้สึกว่าเงินชดเชยที่ได้รับมาไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ แต่ก็ยอมรับได้ตามคำสั่งศาล ส่วนเงินที่ได้นี้ก็จะนำไปใช้เป็นเงินเก็บไว้เลี้ยงดูลูกของลูกสาวในอนาคตต่อไป

ที่มา : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
https://www.consumerthai.org/news-consumerthai/consumers-news/public-society/4256-611004van.html

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รถตู้โดยสารพุ่งชนปิคอัพที่บ้านบึง ชลบุรี ไฟลุกท่วมคลอก 25 ศพ!
https://www.isranews.org/isranews-news/53030-accident-53030.html