ถกประเด็นร้อน ต้นโพธิ์-ถนน ใครควรอยู่ ใครควรไป

ถกประเด็นร้อน ต้นโพธิ์-ถนน ใครควรอยู่ ใครควรไป

เป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนของชาวเชียงใหม่ เมื่อความเจริญรุกล้ำมา เมื่อมีการขยายถนนตามโครงการบูรณะโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างภาคทางหลวงหมายเลข 11 เชียงใหม่-ลำปาง ช่วงสี่แยกรินคำ-วัดเจ็ดยอด ขาออกเมือง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีการตัดต้นไม้ที่มีอยู่ดั้งเดิมออกไป แม้ว่าทางแขวงการทางยืนยันว่า ต้นฉำฉาขนาดใหญ่ 3 ต้นได้มีการล้อมออกไปปลูกในพื้นที่อื่น และมีชีวิตรอดปลอดภัย


แต่ประเด็นคือ ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านยืนยันว่ามีอายุกว่าร้อยปี ที่เมื่อตัดถนนแล้ว ต้นโพธิ์ต้นนี้อยู่ในจุดกลางถนน เป็นการกีดขวางเส้นทาง แขวงการทางจึงต้องการย้ายออก โดยใช้วิธีการล้อม นำไปปลูกที่อื่น ขณะที่ชาวบ้านต้องการให้อนุรักษ์ไว้ และไม่เชื่อว่า การย้ายไปอยู่ที่อื่น จะทำให้ต้นโพธิ์นี้ ยังอยู่รอดได้ จนนำไปสู่การประชุมรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก และที่สุด ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เรามาดูว่า ความคิดเห็น”ต่าง”ของแต่ละคน มีเหตุผลอะไร

     ผศ.ดร. วสันต์ จอมภักดิ์ดี นักวิชาการด้านวิศวกรรม ยืนยันว่า ต้นไพธิ์ฯสามารถที่จะตั้งอยู่บนถนนได้ โดยไม่ผิดหลักสากล เช่นในต่างประเทศ จึงควรให้ต้นโพธิ์อยู่ที่เดิม อีกทั้งต้นโพธิ์ตามความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การเคารพบูชา ศาสนาพราหมณ์เชื่อว่าเป็นที่ประทับของเทพพรหมทั้งหลาย แม้ว่าแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่2 จะเสนอให้มีการขุดล้อมย้ายต้นโพธิ์ไปไว้ในที่ที่เหมาะสม เช่น พุทธมณฑล อ.ดอยสะเก็ดก็ตาม แต่หากมีการเคลื่อนย้ายจะดำเนินตามกฏหมายเพื่อฟ้องเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านศาลปกครอง และขอให้มีการทบทวน ทางออกของปัญหา ที่ชาวบ้านผู้อยู่อาศัย และสัญจรได้รับผลกระทบ จึงขอแยกย้ายกันไปประชุมกลุ่มย่อย และนำข้อเสนอต่างๆ มาประชุมหาข้อสรุปกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานในการพิจารณาในสัปดาห์ต่อไป

     ขณะที่ประชาชนผู้ประกอบการที่อาศัยอยู่บริเวณต้นโพธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ค้าขายลำบาก จอดรถยากเพราะถนนถูกบีบเหลือเลนเดียว อีกทั้งยังกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ สำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่ชำนาญทาง การสัญจรในพื้นที่ดังกล่าว มักจะมีผู้ฝ่าฝืนขับย้อนศร และไม่มีผู้ดูแลด้านความสะอาดเป็นแหล่งมั่วสุม เกิดขยะ เน่าเหม็นส่งกลิ่น กลายเป็นที่จอดรถไร้ระเบียบ ช่องทางจราจรที่คับแคบเพียง 1 เลน ยังเป็นปัญหาจราจร กีดขวางรถที่มาจากแยกรินคำ และห้างเมญ่า และเกรงว่ารากของต้นโพธิ์จะชอนไชสร้างความเสียหายกับอาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้ ต้นโพธิ์ที่มีขนาดใหญ่โตเร็ว กิ่งไม้ก็จะพาดสายไฟฟ้า และหลังคา กันสาดบ้านเรือน จนเสียหาย และรู้สึกไม่ปลอดภัย

     นายรังสรรค์ สุขชัยรังสรรค์ ผอ.แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 จึงเสนอว่า หากมีการล้อมย้ายนำต้นโพธิ์ไปไว้ยังสถานที่เหมาะสม จะใช้เวลาเพียง 10 วัน ในการดำเนินการทั้งหมด จนสามารถคืนพื้นผิวจราจรให้กลับคืนมาดังเดิม แม้ว่าจะเลยกำหนดระยะเวลาการก่อสร้างของผู้รับเหมาไปแล้ว แต่ยังสามารถดำเนินการปรับปรุงสภาพการจราจรให้กลับมาเป็นถนนคู่ขนาน 4 เลน 10 ช่องจราจรได้ตามปกติ

 

     ซึ่งปัจจุบัน ต้นโพธิ์ได้ใช้พื้นที่ไป 2 ช่องจราจร เสียพื้นที่ไป 7 เมตร จากระยะ 9.5 เมตร แนวทางการล้อมย้ายจึงเป็นวิธีการที่แขวงฯ แนะนำ แต่หากมติที่ประชุมเห็นควรไม่ให้ย้ายต้นโพธิ์ ก็ควรจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่มาเป็นลำดับแรก และคนในชุมชน และเทศบาลช้างเผือก ก็ควรจะร่วมกันดูแลเรื่องภูมิทัศน์ ความสะอาด และการมีส่วนร่วมในการดูแล กากจะพัฒนาให้เป็นพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์ต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องสามารถเยียวยา และไม่ส่งผลกระทบกับผู้อยู่อาศัยโดยรอบ

     หลังจากแขวงทางหลวงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้อยู่อาศัยในชุมชนโดยรอบวัดเจ็ดยอด กลุ่มอนุรักษ์ที่คัดค้าน นักวิชาการด้านวิศวกรรม สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้

 

ทีมข่าว Roadsafety Newstizen