ประจวบคีรีขันธ์-แหกโค้งบางสะพาน 3 เดือนกว่า 20 ราย

ประจวบคีรีขันธ์-แหกโค้งบางสะพาน 3 เดือนกว่า 20 ราย

     ถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ หลัก กม.ที่ 385-386 บริเวณโค้งสามแยกบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นจุดเสี่ยงที่มีอุบัติเหตุสูงสุดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงล่าสุด ระยะเวลาแค่ 3 เดือนในช่วงฤดูฝน เกิดเหตุรถแหกโค้งไปแล้วกว่า 20 ครั้ง สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน จำนวนมาก

     แนวทางแก้ไขหมวดทางหลวงบางสะพานได้มีการเพิ่มป้ายเตือนโค้งอันตรายขึ้นมาเป็น 10 ป้าย จากเดิมที่มีอยู่ 4 ป้าย แต่ดูเหมือนสถิติอุบัติเหตุในจุดดังกล่าวไม่มีท่าที ที่จะลดจำนวนลงได้เลย

     นายสุพจน์ เสริมทรัพย์ หัวหน้าหมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ บริเวณโค้งสามแยกบางสะพาน พบว่าเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่ฝนตก พื้นถนนมีความลื่นมากกว่าปกติ รถที่ประสบเหตุทุกคัน ใช้ความเร็วค่อนข้างสูง คือมากกว่า 100 กม./ชั่วโมง โดยที่ผ่านมาได้ประสานกับหมวดทางหลวงบางสะพานให้มีการเพิ่มป้ายเตือนบริเวณก่อนถึงทางโค้ง ส่วนในแผนระยะกลางที่คาดว่าภายในหนึ่งถึงสองเดือนนี้จะทำได้ คือ การตีเส้นจราจรแบบสันนูน (Profile Marking) มีลักษณะเป็นพื้นนูนบนเส้นไหล่ทางและข้างเส้นไหล่ทาง ความถี่ห่างกัน 20 เซนติเมตร เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ขับขี่ให้เพิ่มความระมัดระวัง เมื่อขับรถทับเส้นไหล่ทางรถจะสั่นสะเทือน คนขับจะรู้สึกตื่นตัวและมีการชะลอความเร็ว ใช้กันมากในแถบประเทศยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง และจะมีการเก็บข้อมูลเชิงลึกด้วยกล้องจับความเร็วควบคู่ไปด้วย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

     สอดคล้องกับความเห็นจาก นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ) กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการระยะสั้น ที่เน้นเรื่องให้คนขับ ลดความเร็ว ตามที่ออกแบบไว้ โดยเฉพาะในช่วงฝนตก

1. โดยมาตรการ ทั้งป้าย + profile marking ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง เพราะกระตุ้นสายตา ว่าเลนแคบลง + แรงสั้นสะเทือน ก็จะทำให้คนขับลดความเร็ว โดย เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงควรเร่งประเมินผล โดยเฉพาะค่าเฉลี่ยความเร็ว ว่าลดได้ในระดับที่ปลอดภัยหรือไม่

2. ควรพิจารณาเพิ่มมาตรการบังคับใช้ มาร่วมด้วย เช่น ตรวจจับรถที่ยังขับเร็วเกินป้ายกำหนด

3. มาตรการระยะกลาง/ยาว

– เพิ่มมาตรการด้านกายภาพ เพื่อลดความรุนแรง ของรถที่ขับเร็วและเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ เช่น การ มีราวกั้นเกาะกลาง แบริเออร์

– ปรับปรุงกายภาพถนน-สภาพแวดล้อม ให้ลดความเสี่ยงต่อการขับเร็วกว่าที่ออกแบบไว้

เราก็ต้องมาตามดูกันต่อไปว่าหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการ การตี”เส้นจราจรแบบสันนูน” (Profile Marking) จะสามารถลดจำนวนสถิติอุบัติเหตุในจุดดังกล่าวได้หรือไม่

     สำหรับสถิติในช่วง ระหว่างวันที่ 25/9/61 – 20/10/61 จะพบว่ามีอุบัติเหตุรวมถึง 9 ครั้งในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 1 เดือน โดยวันที่ 25/9/61 เวลาประมาณ 16.00 น.รถกระบะเฉี่ยวชนกัน 3 คันไม่มีผู้ได้บาดเจ็บ สภาพกระบะหนึ่งคันพลิกหงายท้อง

วันที่ 25/9/61 เวลาประมาณ 18.00 น. รถเก๋งฮอนด้า ซีอาร์วี ขึ้นเกาะกลาง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 2/10/61 เวลาประมาณ 16.46 น. รถกระบะเฉี่ยวชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 5/10/61 เวลาประมาณ 06.30 น. รถกระบะหมุนชนเกาะกลาง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 6/10/61 เวลาประมาณ 11.30 น. รถเก๋งเสียหลักชนการ์ดเลน เจ็บ 3 ราย
วันที่ 15/10/61 เวลาประมาณ 08.00 น. รถกระบะหมุนหลุดโค้ง ชนกับรถกระบะ บาดเจ็บ 1 ราย
วันที่ 18/10/61 เวลาประมาณ 16.45 น. รถเก๋งเสียหลักวิ่งพุ่งชนการ์ดเลนส์ทะลุออกมาคู่ขนานก่อนพุ่งขึ้นข้างทาง
วันที่ 20/10/61 เวลาประมาณ 03.00 น. รถเก๋งพุ่งชนการ์ดเลนส์ เจ็บ 3 ราย
วันที่ 20/10/61 เวลาประมาณ 08.00 น. รถกระบะแวนเสียชนการ์ดเลนส์ บาดเจ็บ 1 ราย

     โดยเกิดขึ้นในเวลาที่มีฝนตกในพื้นที่ 100% และรถที่ประสบเหตุเป็นรถที่วิ่งระยะทางไกลมุ่งลงสู่ภาคใต้ผ่านจุดดังกล่าว ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นกับรถที่วิ่งสัญจรบนเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ

ข่าวโดย อรรถชัย นิธิสีลตานันท์

ทีมข่าว Roadsafety Newstizen