“พลเมืองดี” คนเสี่ยงของสังคมไทย

“พลเมืองดี” คนเสี่ยงของสังคมไทย

     จากกรณีรถจักรยานยนต์ ชนเด็กนักเรียนสาว ม.ปลาย โรงเรียนแห่งหนึ่งที่เดินอยู่บนฟุตบาทหรือทางเท้าสำหรับคนเดิน บริเวณ ปากซอยลาดพร้าว 69 ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมการขับขี่บนทางเท้า ตลอดจนถึงการเข้มงวดในการจับปรับผู้ฝ่าฝืนนำรถจักรยานยนต์ขึ้นไปขี่บนทางเดินเท้า จนถึงขนาดภาครัฐออกมารณรงค์ให้พลเมืองดีช่วยส่งเบาะแสเรื่องดังกล่าวเข้ามา รวมถึงมาตรการเพิ่มโทษปรับขั้นต่ำจาก 500 บาทเป็น 1,000 บาท

     ในเวลาต่อมามีผู้โพสข้อความเกี่ยวกับ การเป็นพลเมืองดี ถ่ายรูปวิน มอเตอร์ไซค์ที่ขับขึ้นทางเท้า แต่กลับถูกคนขับวินมอเตอร์ไซค์ล้อม เมื่อตำรวจมาห้าม กลับบอกว่าทีหลังให้อยู่เฉยๆ จนเกิดคำถามว่า วิถีพลเมืองดี ยังปลอดภัยดีอยู่หรือไม่ในสังคมไทย

     นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการ เพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ได้ชี้ให้เห็นว่า “พฤติกรรมของพลเมืองดีที่ถ่ายรูปวินมอเตอร์ไซค์ ขับขี่บนทางเท้า แล้วถูกล้อม เป็นสิ่งที่พลเมืองดีกำลังเผชิญกับความเสี่ยงทางสังคม ( Social Risk ) ซึ่งกระแสสังคมต่อเรื่องดังกล่าวถือว่าแรงในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่แรงมากพอ จึงทำให้ ปชช. ที่จะช่วยเฝ้าระวัง เจอแรงต้าน หรือเสี่ยงจนเกินไป

     เรื่องนี้ นอกจากจัดการ”ปัจเจก” โดยใช้กฎหมายมากำกับ การเพิ่มโทษปรับแล้วนั้น น่าจะมีมาตรการด้านอื่น ได้แก่

(1) ทำ “เสากั้น” (S-guard) ไม่ให้วิ่งบนฟุตบาทได้

(2) สร้างกระแสสังคม -> เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เอาเปรียบสังคม เห็นแก่ตัว ฯลฯ

(3) กรณีเป็น จยย.วิน ให้เพิ่มเงื่อนไขในใบอนุญาตวิน ถ้ามี จยย. ในวินทำผิดกฎหมายซ้ำๆ จะถูกยึดใบอนุญาต

     การป้องกัน จยย.วิ่งบนทางเท้า ยังมีอีกหลายมาตรการ รวมทั้งการติดตั้งนวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า S-Guard มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กความสูงราว 1 เมตรวางเรียงกันเป็นแนวยาวบนฟุตบาทเพื่อป้องกันไม่ให้มอเตอร์ไซค์ลักลอบขึ้นมาวิ่ง แต่คนสามารถเดินผ่านไปได้ ขณะเดียวกันก็ยังเว้นช่องวางเว้นไว้สำหรับให้ผู้ใช้วีลแชร์ ผ่านได้สะดวก แต่สำหรับมอเตอร์ไซค์จะไม่สามารถฝ่าไปได้

     เบื้องต้น S-Guard นำร่องทดลองติดตั้งครั้งแรกบริเวณหน้าตึก RS Tower ริมถนนรัชดาภิเษก เนื่องจากบริเวณนี้ได้รับการร้องเรียนว่ามีมอเตอร์ไซค์ลักลอบขึ้นมาวิ่งบนฟุตบาทกันมาก คาดว่านวัตกรรมนี้จะช่วยลด จยย. ที่ขี่ขึ้นมาบนฟุตบาทอย่างได้ผลในระดับหนึ่ง

     รวมทั้ง ต้นสังกัดหรือหน่วยงาน อื่นๆ ที่กำหนดเงื่อนไขให้ จยย. ต้องขับเร็ว “ต้องมีส่วนรับผิดชอบ”

เช่น พนักงานส่งเอกสาร ถูกเร่งให้ส่งเอกสารทันเวลา หรือ จยย. ส่งอาหาร/สินค้า ก็มีกำหนดเวลาที่ส่งให้ลูกค้า ทำให้ต้องทำเวลา รถติดก็ขึ้นทางเท้า

     การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำจนเคยชิน ต้องอาศัยทั้ง การแก้ที่ปัจเจก (ความรู้ แรงจูงใจ จิตสำนึก ) ควบคู่ไปกับการสร้างกระแสสังคม (social norm) มีมาตรการระดับองค์กร ชุมชนและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสิ่งแวดล้อม ขึ้นมาจึงจะแก้ไขได้

     “โดยเฉพาะกระแสสังคม จะลดความเสี่ยงทางสังคม ให้คนพบเห็นสามารถเฝ้าระวังได้ในที่สุด”

อรรถชัย นิธิสีลตานันท์

ทีมข่าว Roadsafety Newstizen