กว่า 500 ชีวิต ที่ตายจากภัยบนท้องถนนช่วง 7 วันอันตรายของปีใหม่ 2562 ให้บทเรียนอะไรกับคนไทย

กว่า 500 ชีวิต ที่ตายจากภัยบนท้องถนนช่วง 7 วันอันตรายของปีใหม่ 2562 ให้บทเรียนอะไรกับคนไทย

ในช่วง 7 วันอันตรายที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ถึง 2 มกราคม 2562 มียอดผู้เสียชีวิตถึงหลังเที่ยงคืน วันที่ 2 มกราคม คือ 505 ราย และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัว ในโรงพยาบาลช่วง 7 วันอันตราย ทยอยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 523 ราย ในวันที่ 7 มกราคม 2562

     จํานวนผู้เสียชีวิตจะต้องมากกว่านี้แน่นอน หากติดตามต่อไปจนครบ 30 วันตามคําจํากัดความขององค์การอนามัยโลก ความสูญเสีย ไม่เพียงแต่จะไม่ลด แต่ดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนๆ นับเป็นปีที่มีการบาดเจ็บ เสียชีวิตสูงสุดปีหนึ่ง แม้จะมีความพยายามจะดําเนินการเพื่อป้องกันความสูญเสียจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหมือนทุกปีที่ผ่านมาน่าจะทบทวนว่า ประเทศเราควรจะปรับยุทธศาสตร์การดําเนินการเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนกันใหม่…โดยเร็ว

     การจัดการกับภัยบนท้องถนนจนสําเร็จ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีตัวอย่างให้เห็นในประเทศต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ สวีเดน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ใกล้ๆบ้านเราก็มีมาเลเซีย แม้กระทั่งเวียดนามที่ก้าวแซงเราไปแล้วหลายขุม บทเรียนการแก้ปัญหาของประเทศเหล่านี้คือ ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างฉาบฉวยด้วยการรณรงค์ ชั่วครั้งชั่วคราว แต่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ

     ปัจจัยตั้งต้นสําคัญที่สุดคือผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ต้องยอมรับว่า ภัยบนท้องถนนเป็นปัญหาสําคัญของประเทศ ต้องรู้สึกเจ็บปวดที่เห็นลูกหลาน ในประเทศต้องเจ็บป่วยล้มตายอย่างไม่สมควร ต้องเชื่อมั่นว่าภัยบนท้องถนนสามารถป้องกันได้ และต้องรับเอาภาระนี้เป็นความรับผิดชอบ ส่วนการแก้ปัญหาเชิงระบบ โดยหลักการแล้ว ต้อง มี 5 องค์ประกอบ 8 แผนงานสําคัญ

5 องค์ประกอบได้แก่

1. ต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบและระบบการบริหารจัดการ

2. ต้องมีแผนหลักในการดําเนินงาน และมีการบริหารงานตามแผนหลัก

3.ต้องมีระบบข้อมูลที่สามารถบูรณาการและเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลต่างๆ

4. ต้องมีระบบการกํากับติดตามประเมินผล

5.ต้องมีระบบการเงินและการสนับสนุนงบประมาณ

8 แผนงานสําคัญได้แก่

1. ต้องมีแผนหลักและการดําเนินการด้านการจัดวางผังเมืองและการบริหารพื้นที่

2. ต้องมีการออกแบบการเดินทางสาธารณะและทางเลือกในการเดินทางแผสวางแผนการดําเนินการ

3. ต้องมีการทบทวนแก้ไข และออกกฎหมาย รวมถึงการปฏิรูประบบการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ

4. ต้องมีการกําหนดมาตรฐานยานพาหนะปลอดภัยตาม มาตรฐานสากล และการควบคุมกํากับให้เป็นไปตามมาตรฐาน

5. ต้องมีการออกแบบ ก่อสร้าง บํารุงรักษา ถนนทุกสายให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

6. ต้องมีการพัฒนาระบบการจัดการความเร็ว

7. ต้องมีแผนการสร้างความตระหนัก รับรู้ และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับประชาชน

8. ต้องมีแผนงานพัฒนาระบบการดูแล เยียวยา ฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ

     จะเห็นได้ว่า บ้านเรายังห่างไกลจากการจัดการเชิงระบบในแทบทุกองค์ประกอบแทบทุกแผนงาน เราอาจจะมีข้อเสนอที่จะทํานั้น ทํานี้ มีการลงทุนลง ทําอะไรต่างๆตั้งเยอะ มีภาคีเครือข่ายที่ออกมาร่วมลงขันลงแรงมากมาย แต่ไม่เป็นระบบ และมักจะไปไม่ถึงที่สุดสักเรื่อง

     ถ้าเราจะมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ที่จะจัดการลดความสูญเสียจากภัยบนท้องถนน เราจะต้องเริ่มต้น กลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก คือการตั้งหน่วยงานมืออาชีพขึ้นมาจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง มิเช่นนั้น เราจะต้องสูญเสียชีวิต เลือดเนื้อ คนไทยปีละหลายหมื่น สังเวยให้กับภัยบนท้องถนนเช่นนี้ต่อไป

บันทึกโดย นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บ

ทีมข่าว Roadsafety Newstizen