ผลักดันขอนแก่น เป็นเมือง Safe City

ผลักดันขอนแก่น เป็นเมือง Safe City

     ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลก เตรียมผลักดันขอนแก่นให้เป็นเมือง Safe City ด้วยการทำให้สิ่งแวดล้อมปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเดินและขี่จักรยานในชีวิตประจำวัน หวังลดการใช้น้ำมันและลดโลกร้อน

     จากเวทีการประชุม Prince Mahidol Award Conference 2019 นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ได้รับเชิญจาก นายแพทย์วิชช์ เกษมทรัพย์ ได้ติดต่อขอเชิญให้มาเป็น Speaker ใน Parallel Session เรื่อง Implementing the ‘Best Buys’ and effective interventions at City and Local Level: Showcasing Multisectoral Action

     ประเด็นที่นําเสนอคือ Initiative city public policy for walking and cycling ซึ่งได้นําเสนอให้เห็นว่า จังหวัดขอนแก่นมีนโยบายสนับสนุนการขี่จักรยาน แต่ประเด็นที่สําคัญกว่า คือ หากนโยบายนี้จะได้รับการตอบสนองจากชาวเมืองอย่างกว้างขวาง จะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้เป็น safe city เพื่อรองรับการเดินและการจักรยานที่ปลอดภัย ซึ่งจังหวัดของแก่นได้พัฒนาแผนงาน ทั้ง 5 เสาหลักของ UN decade of action จนสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้ ซึ่งผู้ร่วมอภิปรายก็มีความเห็นที่สอดคล้องกันว่า แม้ว่าการสนับสนุนให้ walking and cycling จะมีข้อดีมากมาย    ไม่ว่าจะเป็นการออกกําลังกาย การลดการใช้น้ำมัน การลดมลภาวะการลดโลกร้อน แต่การสร้างสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัยในการเดินและการขี่จักรยาน ก็ มีความสําคัญ ที่ต้องดําเนินการคู่ขนานกันไป

  มีข้อซักถามจากผู้ฟังในประเด็นที่นําเสนอหลายคําถาม เช่น

– มีปัจจัยอะไร ที่จะทําให้เกิดความปลอดภัยทางถนน ในประเทศไทย
– การดื่มแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้เกิดภัยบนถนน จะมีวิธีการอย่างไรในการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์
– ทําอย่างไรจึงจะสร้างความร่วมมือให้เกิดมีมากขึ้นจาก private sector เพื่อทําให้เกิดความปลอดภัยทางถนน
– การบังคับใช้กฎหมายเป็นหัวใจสําคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะควบคุมพฤติกรรมของคนใช้ถนน ทําอย่างไรจึงจะทําให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งจริงจัง

  แต่นอกเหนือจากการได้นําเสนอรูปแบบของการสร้าง safe city ของขอนแก่นแล้ว ยังมีโอกาสได้ฟังการบรรยาย และสนทนากับ Global Star อีก 2 ท่าน คือ อาจารย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ซึ่งเป็น Champion ในการ ขับเคลื่อนการรณรงค์ลดการสูบบุหรี่ ไม่เพียงแต่ของประเทศไทย แต่ในเวทีโลก และ Dr.Magaret Chan อดีตผู้อํานวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก

    สำหรับอาจารย์ประกิต ได้ให้หลักการสําคัญในการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา 3 ข้อ คือ

1. จะต้องเป็นการดําเนินการโดยมีคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนจากสหสาขาวิชาชีพ แต่ต้องไม่มีตัวแทนจากบริษัทบุหรี่ – สุรา
2. ต้อง ban การเข้ามามีส่วนร่วมของบริษัท บุหรี่ -สุรา ซึ่งมักเข้ามาสนับสนุนในรูปของ CSR
3. การดําเนินงานของสหสาขาวิชาชีพ ต้องมีปัจจัยสนับสนุน ซึ่งไม่จําเป็นต้องมาก แต่ต้องมี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการดําเนินงาน  ซึ่งประเทศไทยมี สสส. ซึ่งได้รับงบประมาณการดําเนินงาน จาก sin tax.

   ปัญหาสําคัญที่ทําให้การรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ดื่ม สุรา ไม่ประสบความสําเร็จ ก็คือ บริษัทบุหรี่ – สุรา มีอิทธิพลต่อรัฐบาล รัฐบาลไม่มีนโยบาย โดยที่ไม่ได้ตระหนักถึง ความสําคัญของปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และไม่มีการดําเนินงานร่วมกันอย่างแข็งขันของสหสาขาวิชาชีพ

   Dr. Magaret Chan ได้ให้ข้อแนะนําสําคัญในการดําเนินงานซึ่งกลั่นมาจากประสบการณ์กว่า 20 ปี ของการทํางานกับองค์การอนามัยโลกว่า

– นักวิชาการต้องมีความพร้อมในการเสนอผู้บริหารในประเด็นที่ต้องการการสนับสนุนเชิงนโยบาย โดยการจัดเตรียมเอกสารและชุดข้อมูลที่พร้อมนําเสนอ
– ต้องเลือกเวลา และโอกาสที่เหมาะสมในการนําเสนอสู่ผู้บริหาร
– เอกสารที่จะนําเสนอผู้บริหาร จะต้องมีเนื้อหาที่สั้นกระชับ แต่ได้ใจความที่ครบถ้วน ครอบคลุมหลักการ เหตุผล และข้อเสนอที่ต้องการการสนับสนุนที่ชัดเจน

   Magaret Chan ให้ความเห็นว่า งานสุขภาพ ประเด็นใดประเด็นหนึ่งจะได้รับการแก้ไขจนสําเร็จได้ จะต้องมี champion ที่เกาะติด จัดการ ผลักดัน กับประเด็นนั้นๆ อย่างต่อเนื่องยาวนาน และได้แนะนําให้เร่งเสาะแสวงหา และสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทัศนคติที่ดี และความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการจัดการกับปัญหาสุขภาพเชิงระบบ

คำสอนของปรมาจารย์ทั้งสองท่าน เราสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของเราได้โดยตรง

 

นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บ

ทีมข่าว Roadsafety Newstizen