สสส. สอจร. ลงนามความร่วมมือ ตำรวจภูธรภาค 4 ขยายขอบเขตลดอุบัติเหตุทางถนน

สสส. สอจร. ลงนามความร่วมมือ ตำรวจภูธรภาค 4 ขยายขอบเขตลดอุบัติเหตุทางถนน

ภาคีเครือข่ายด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ลงนามความร่วมมือ ตำรวจภูธรภาค 4 เดินหน้าขยายขอบเขตการสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุ 12 จังหวัดอีสานตอนบน มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมในการควบคุมและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางถนน

     หลังจากโครงการลดอุบัติเหตุทางจราจรทางถนนแบบมีส่วนร่วมได้ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ 6 จังหวัดคือที่ จ.กาฬสินธุ์,ร้อยเอ็ด,มุกดาหาร,หนองคาย,อุดรธานีและ จ.เลย โดยมีแผนการดำเนินงานหลักในการสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุเพื่อการแก้ไขจุดเสี่ยง และการฝึกอบรมอาสาสมัครจราจรหญิงเพื่อปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน โดยปี 2562 นี้ ภาคีเครือข่ายด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเดินหน้าขยายขอบเขตการสอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุเพิ่ม อีก 6 จังหวัดคือที่ จ.ขอนแก่น,สกลนคร,นครพนม,บึงกาฬ,มหาสารคามและ จ.หนองบัวลำภู ด้วยการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการขยายผลลดอุบัติเหตุจราจรทางถนนแบบมีส่วนร่วม แบบต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น โดย พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานคณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.นำคณะลงนามดังกล่าวท่ามกลางสักขีพยานจำนวนมาก เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในการหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุนั้นละเอียด รัดกุม รอบคอบ จนนำไปสู่การวางมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ซ้ำซากในแต่ละจุด

     ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง สอจร.จังหวัดขอนแก่นและเครือข่ายพบแนวโน้มตัวเลขอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงขึ้น โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มีสถิติของการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด เฉพาะข้อมูลของจังหวัดขอนแก่นในรอบปี 2561 ที่ผ่านมาพบว่า ตัวเลขผู้บาดเจ็บสะสมที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนมากถึง 6,470 คนและเสียชีวิตถึง 229 ราย โดยมีผู้บาดเจ็บจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ 6,267 คน จากรถยนต์ 203 คน ขณะที่เสียชีวิตจากการขับขี่จักรยานยนต์ 218 รายและรถยนต์ 11 ราย โดยที่ 3 อันดับแรกของพื้นที่ที่มีผู้บาดเจ็บมากที่สุด ได้แก่ 1.อำเภอเมืองขอนแก่น เสียชีวิต 71 รายบาดเจ็บ 2207 ราย อันดับ2 อำเภอบ้านไผ่ เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บ 532 คนและ3.อำเภอชุมแพ เสียชีวิต 30 ราย บาดเจ็บ 509 คน
สถิติการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่มีต่อช่วงอายุเปรียบเทียบ 3 ปีย้อนหลังระหว่างปี 2559-2561 พบว่าแนวโน้มตลอด 3 ปีในกลุ่มผู้ที่มีอายุระหว่าง16-25 ปีบาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุดกว่าร้อยละ 80และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก

     ด้าน พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่าการดำเนินงานในปี 2562 นอกเหนือจากการมีตำรวจกองร้อยน้ำหวาน หรืออาสาสมัครจราจรหญิงในการทำหน้าที่ควบคุมและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ยังจะมีการมุ่งเน้นการฝึกอบรมไปในกลุ่มอาสาจราจรนักเรียน โดยการดึง เด็กและเยาวชน มามีส่วนร่วมในการควบคุมและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางถนนที่ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ครอบครัว ควบคู่ไปกับการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในด้านต่างๆ เพื่อให้สถิติของการเกิดอุบัติเหตุภาพรวมในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนนั้นลดลง

#สนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร
#ข้อมูลจากศูนย์อุบัติเหตุเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน

ทีมข่าว Roadsafety Newstizen