สอจร. เดินหน้า 5 มาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน เร่งเครื่องภาคีเครือข่าย ผลักดันถนนไทยปลอดภัยทั่วประเทศ ภายในปี 2564 พร้อมตั้งเป้าลดตายกลุ่มนักบิด – เพิ่มอัตราสวมหมวกกันน็อค 100%

สอจร. เดินหน้า 5 มาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน เร่งเครื่องภาคีเครือข่าย ผลักดันถนนไทยปลอดภัยทั่วประเทศ ภายในปี 2564 พร้อมตั้งเป้าลดตายกลุ่มนักบิด – เพิ่มอัตราสวมหมวกกันน็อค 100%

     นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลกด้านวิกฤติบำบัดและอุบัติเหตุ และประธานคณะทำงานป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ระหว่างปี 2562-2564 ซึ่งเป็นแผนที่ 8 นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในปี 2550 ที่ผ่านมา ระบุว่า การป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุในประเทศไทย ยังคงเป็นวาระสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนแผนยุทธศาสตร์แผนการดำเนินงานนั้น คณะทำงานมุ่งเน้นบูรณาและต่อยอดการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว ผ่านการพัฒนาข้อมูล การผลักดันนโยบาย การผลักดันมาตรการองค์กร การผลักดันและพัฒนาภาคีเครือข่าย รวมถึงการสื่อสารสาธารณะ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะพฤติกรรมการขับขี่ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร อาทิ ขับเร็ว ไม่สวมหมวกกันน็อค เมาแล้วขับ เป็นต้น

     ทั้งนี้ แผน สอจร. 8 มีเป้าหมาย ทำให้ทุกจังหวัดในประเทศไทยก้าวสู่จังหวัดถนนปลอดภัย(Road Safety Province) ภายในปี 2564 โดยต้องผ่านการประเมินระดับสูงอย่างน้อย 50% ของจังหวัดที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ 5 ด้าน ได้แก่

1. การออกมาตรการและสามารถลดการตายบนท้องถนนในกลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ลงได้ไม่ต่ำกว่า 10 % และเพิ่มอัตราสวมหมวกกันน็อค 100%

2. การออกมาตรการลดความเร็วบนถนนและยานพาหนะเสี่ยง เพื่อลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตในภาพรวม

3. มีกลไลที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความเสี่ยงหลัก ได้แก่ ถนน คน และรถ อย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับจังหวัดและอำเภอ เช่น มาตรการเมาไม่ขับ การแจ้งเตือนปรับปรุงจุดเสี่ยงและถนนที่ไม่ปลอดภัย

4. ขยายการสนับสนุนและสร้างความร่วมมือในการแก้ไขอุบัติเหตุ จากภาคคีเครือข่ายใหม่ๆ ระดับจังหวัด อำเภอ และพื้นที่ท้องถิ่น

5. การประเมินถอดบทเรียนพื้นที่ที่ดำเนินงานประสบความสำเร็จ เพื่อขยายผลและรวมรวมเสนอเป็นนโยบาย นำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ


หัวใจหลักที่จะช่วยให้การดำเนินงานด้านการแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีทีมงานเครือข่ายที่เข้มแข็ง อันเกิดจากความร่วมมือจากสหสาขาวิชาชีพ พร้อมมีระบบการสื่อสารระหว่างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้แผนงานที่ครอบคลุม 5 เสาหลักความปลอดภัยทางถนน ได้แก่

1. การบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน

2. ถนนและการสัญจรอย่างปลอดภัย

3. ยานพาหนะปลอดภัย

4. ผู้ใช้รถใช้ถนนปลอดภัย และ

5. การตอบสนองหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยสามารถเปลี่ยนแผนไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง” นพ.วิทยา กล่าว