หลับใน ภัยเงียบ คร่าชีวิตผู้คนบนท้องถนน

หลับใน ภัยเงียบ คร่าชีวิตผู้คนบนท้องถนน

จากกรณี เมื่อช่วงเวลา 13.00 น. วันที่ 16 เมษายน 2562 บริเวณร่องกลางถนนเพชรเกษม หลัก กม.265+600 พบรถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนด์เทา ทะเบียน กว3189 ภูเก็ต เสียหลักตกร่องกลาง ชนต้นไม้พบคนขับ เสียชีวิต คาพวงมาลัย โดยพบว่ามีการคาดเข็มขัดนิรภัย และถุงลมนิรภัยภายในรถทำงานปกติ และมีผู้บาดเจ็บที่เดินทางมาด้วยภายในรถ 2 ราย โดยรถคันเดินกล่าวเดินทางมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงเวลา 06.00 น. มุ่งหน้า จ.ภูเก็ต สภาพถนนช่วงดังกล่าวเป็นทางตรงยาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนขับน่าจะมีอาการหลับในจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น นับเป็นผู้เสียชีวิต รายแรกของจังหวัดประจวบฯ และเป็น 1 ใน 2 รายที่เสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2562 ของจังหวัด

จากการรวบรวมข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนถนนเพชรเกษม ช่วงอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (หลัก กม.363 ถึง หลัก กม. 399) ที่เกิดจากสาเหตุหลับใน ในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา (เม.ย.61 – มี.ค.62) พบว่า ในระยะทางรวมประมาณ 36 กิโลเมตร เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่มีสาเหตุจากการหลับใน ทั้งสิ้น 10 ราย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บสาหัส 10 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 23 ราย ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในรถที่มีการเดินทางด้วยระยะทางที่ไกล ไม่ใช่รถในพื้นที่

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการ เพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เปิดเผยว่า “จากการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์อันตรายข้างทางที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในช่วงปี 2556 – 2560 จาก 510 ข้อมูล มีผู้ประสบเหตุเสียชีวิตโดยประมาณ 784 คน และบาดเจ็บสาหัสโดยประมาณ 994 คน โดยพบข้อสรุปในประเด็นสำคัญคือ 2 พฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุข้างทางคือ การหลับในขณะขับขี่ พบที่ร้อยละ 30 และ การขับขี่เร็ว พบที่ร้อยละ 25 และในการเกิดอุบัติเหตุข้างทางจากปัจจัยเสี่ยงใดๆ 1 ครั้ง จะมีผู้เสียชีวืตจากอุบัติเหตุครั้งนั้นโดยเฉลี่ย 1-2 คน และพบว่ากรณีสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอันตรายข้างทางของรถโดยสารขนาดใหญ่(ทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง) 35% พบว่าเกิดจากการหลับใน, ในกรณีของรถตู้ 38% พบว่าเกิดจากการหลับใน และ รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง 29% มาจากการหลับใน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมการขับขี่ยังคงเป็นประเด็นที่ควบคุมได้ยาก หากผู้ขับขี่ยังคงฝืนขับต่อ”

สอดคล้องกับข้อมูลจากทาง นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานทุนง่วงอย่าขับ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มูลนิธิรามาธิบดี ได้ชี้ให้เห็นว่า หลับใน ถือเป็นสาเหตุใหญ่ของอุบัติเหตุในประเทศไทย เป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยตายมากถึงร้อยละ 30 จากอุบัติเหตุทางถนนหรือประมาณ 6,700 คนต่อปี ซึ่งการตายจากหลับในถือเป็นการตายที่น่าเสียดายที่สุด คนตายไม่เจ็บหรือป่วยก่อนตาย ตายเร็วมากภายในไม่กี่วินาที ไม่มีโอกาสได้สั่งเสีย ไม่ได้ตายคนเดียวทำให้คนอื่นตายหรือบาดเจ็บด้วย ที่สำคัญหลับในนั้นสามารถป้องกันได้ ซึ่งหลับในเป็นการหลับตื้นๆ สั้นมากไม่ถึง 10 วินาที เกิดขึ้นกับคนขับขี่รถทุกประเภท ยกเว้นคนปั่นจักรยาน เกิดขึ้นกับคนขับขี่ทุกเพศทุกวัย ถ้ารถวิ่งด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากคนขับหลับในแค่ 4 วินาที รถจะวิ่งต่อไปอีก 100 เมตรโดยที่คนขับเองไม่รู้ตัวว่ารถวิ่งไปทิศทางไหนเวลาเกิดอุบัติเหตุจึงรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส เพราะคนขับไม่หักหลบหรือเหยียบเบรก หลับในไม่เกิดขึ้นทันที มีอาการง่วงเตือนก่อนเสมอ แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีป้องกัน

วิธีป้องกันความง่วง คือการนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7 ชั่วโมง อย่าใช้ยาที่ทำให้เกิดความง่วงก่อนขับรถและระหว่างเดินทาง งดแอลกอฮอล์คืนก่อนเดินทาง หากนอนเพียงพอแล้วยังง่วงให้ปรึกษาแพทย์ โดยที่ขณะขับรถสังเกตตัวเองว่าเริ่มง่วงหรือยัง เมื่อรู้สึกง่วง อย่าฝืนนั่งเฉยๆ ต้องหาทางแก้ไข เช่นเคี้ยวหมากฝรั่ง ร้องเพลง หรือดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง,กาแฟ หากง่วงมากต้องรีบหาที่จอดพักที่ปลอดภัย ดื่มกาแฟแล้วงีบหลับ 10-15 นาที เมื่อตื่นดีแล้วจึงขับต่อ รู้เท่านี้ หลับในไม่สามารถฆ่าคุณได้”นพ.มนูญ กล่าว

อรรถชัย นิธิสีลตานันท์ รายงาน

ทีมข่าว Roadsafety Newstizen