ประธาน สอจร. ชี้ เป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้” ที่จะให้พ่อแม่พี่น้องคนในครอบครัวในชุมชนเราเสียชีวิตไปกับอุบัติเหตุที่เป็นเรื่องป้องกันได้!

ประธาน สอจร. ชี้ เป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้” ที่จะให้พ่อแม่พี่น้องคนในครอบครัวในชุมชนเราเสียชีวิตไปกับอุบัติเหตุที่เป็นเรื่องป้องกันได้!

ส่วนหนึ่งจากคำบรรยาย ของ นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ในการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพพี่เลี้ยง สอจร.ระดับอำเภอภาคกลาง เพื่อขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน 9-10 พฤษภาคม 2562 กรุงเทพฯ

นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ประธาน สอจร. และผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลกและโรงพยาบาลขอนแก่นด้านอุบัติเหตุและวิกฤติบำบัดแห่งองค์การอนามัยโลก บรรยายเรื่อง “ศปถ.อำเภอกับการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน” เป็นเรื่องมีประโยชน์อย่างยิ่ง เดิมภาคกลางเคยเป็นแชมป์มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ปัจจุบันกลายเป็นภาคตะวันออก เป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้” ที่จะให้พ่อแม่พี่น้องคนในครอบครัวในชุมชนเราเสียชีวิตไปกับอุบัติเหตุที่เป็นเรื่องป้องกันได้

องค์การอนามัยโลกทำหนังสือ Global Report on Road Safety ฉบับล่าสุดที่เปิดผลปี 2018 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับ 9 จาก 180 ประเทศที่มีผู้สูญเสียชีวิตมากที่สุดในโลก คิดเป็น 32 คนต่อแสนประชากร มีผู้เสียชีวิตราว 22,000 คน สังเกตว่า ประเทศที่อยู่ใน 10 อันดับแรก อยู่ในประเทศยากจนในทวีปแอฟริกา แต่ประเทศไทยไม่ได้ยากจน ขยับมาอยู่ในประเทศร่ำรวย สะท้อนว่า ประเทศเราพัฒนาสร้างหลายสิ่ง แต่ความปลอดภัยไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในแผนที่คู่ขนานกับการพัฒนา จนคนต่างประเทศทักว่า ประเทศเราถนนดีแต่คนตายมาก คนขับรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ขับด้วยความเร็ว

ประเทศที่มีอัตราการตายต่ำ คือ สวิสเซอร์แลนด์ กับกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ตายเพียง 2 ต่อแสนประชากร ในเอเชีย 2.8 ต่อแสนประชากร ญี่ปุ่น 4 ต่อแสนประชากร ทั้งที่ประชากร 120 กว่าล้านคน อัตราการตายต่ำกว่าเรา 8 เท่า เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศใดให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางถนนจริงๆ สามารถทำให้คนตายบนถนนลดน้อยลงไปได้ อย่างเทียบกับอังกฤษ ตาย 3 ต่อแสนประชากร มีกระทรวงความปลอดภัยทางถนน ตายปีละ 2-3 พันคน ถ้าเราเห็นความสำคัญเห็นว่าชีวิตคนไทยมีค่าสูง เราต้องทำให้ได้

สงกรานต์ที่ผ่านมา รายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานเมื่อสิ้นสุดวันที่ 17 เมษายน 2562 ว่า มีผู้เสียชีวิต 386 คน แต่ถ้านับแบบสาธารณสุขต้องนับภายใน 30 วัน ทำให้นับแล้วจริง 477 คน ปีที่แล้ว 485 คน ถ้าครบ 30 วันอาจจะมากกว่าหรือใกล้เคียง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ บอกว่า ตนเป็นนักรบ แต่ไม่มีสมรภูมิไหนที่ตายเท่าสงกรานต์ แสดงว่านี่คือความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บาดเจ็บที่ รพ. 28,570 คน บาดเจ็บแอดมิด 4,741 คน ปีใหม่ปีนี้เพิ่มขึ้น ทำให้สองตัวเลขเทศกาลคนเสียชีวิตไม่ถึง 5% ของทั้งปี ในวันที่เหลืออีก 300 กว่าวันยังมีความสูญเสียหลายกว่าเท่า เป็นเรื่องผิดทิศผิดทางของการแก้ไข ที่มาดูเฉพาะเทศกาล ดูรายละเอียดการบาดเจ็บในแต่ละวันรวมทุกอาการแล้วแต่ละวันเป็นล้านคน มากกว่าฆาตกรรม 8 เท่า มากกว่าไข้เลือดออก 400 เท่า มากกว่าเอดส์ 4 เท่า สะท้อนการให้ความสำคัญกับความสูญเสียมหาศาลที่การป้องกันอุบัติเหตุไม่ได้รับความสนใจ

กลุ่มคนขี่จักรยานยนต์ คนขี่จักรยาน คนเดินเท้า ไทยเรามี VRU หรือ vulnerable road user มากที่สุดในโลก รายงานฉบับที่แล้ว คนขี่จักรยานยนต์ไทยตายอันดับ 1 ของโลก แต่ปีล่าสุดมาอยู่อันดับ 3 แต่ดูรายชื่อประเทศแล้ว เราน่าจะเป็นอันดับ 1 เพราะสองอันดับแรกเป็นประเทศเล็กมากประชากรต่ำกว่าแสน ประเทศในอาเซียนใช้จักรยานยนต์มากทุกประเทศ ความเสี่ยงนี้จะอยู่กับเราอีกหลายปี ทุกชั่วโมงมีคนไทยตาย 3 คน เจ็บ 200 พิการ 8 คน

แม้เราจะมีศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทำงานเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์เท่านั้น เราขาดหน่วยงานที่รับผิดชอบตลอดเวลา ขาดคนทำงานมืออาชีพ ข้อมูลไม่เป็นเอกภาพ มาตรฐานรถ ถนน ยังล้าสมัย มาตรฐานการได้ใบขับขี่ไม่เป็นไปตามที่ควร เราได้ใบขับขี่ง่ายเกินไป ผิดกับประเทศที่พัฒนาความปลอดภัยทางถนนแล้ว อย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ต้องมีการอบรมมากกว่า 15 ชั่วโมง การกำกับติดตามยังอ่อนแอ ประชาชนไม่ได้ติดตามมาตรการที่ควรทำ มาตรการเล็กกว่า ปัญหาที่ใหญ่โตเหล่านี้ได้ องค์การอนามัยโลกประเมินไทยยังขาดด้านการจัดการและการบังคับใช้กฎหมาย ยกคนสวมหมวกกันน็อกเพียง 40% เท่านั้น ทั้งที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย เรายอมให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร สะท้อนการบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยาน ไม่รวมเรื่องเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ที่วันๆหนึ่งมีคนทำผิดบนท้องถนนเป็น 10 ล้านคน ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุบนท้องถนนตลอดเวลา

สิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ ไม่ใช่เฉพาะเราแต่เพื่อพ่อแม่พี่น้องครอบครัว ชุมชน ของเรา