ทำไมต้องสืบ-เจาะ (คน) ในอุบัติเหตุทางถนน

ทำไมต้องสืบ-เจาะ (คน) ในอุบัติเหตุทางถนน

ศวปถ.อบรมผู้สื่อข่าวระดับภูมิภาค เพิ่มศักยภาพ เรียนรู้เข้าใจกระบวนการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง จากปัจจัยความบกพร่องหลายด้านร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา

 

ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “สืบ-เจาะ-(คน) ต้นเหตุ-อุบัติเหตุ” ระหว่างวันที่ 20-21 พ.ค.2562 โดยมีผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดต่างๆ เข้าร่วมประมาณ 20 คน

     

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ​ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน บรรยายหัวข้อ ทำไมต้องสืบ-เจาะ (คน) ในอุบัติเหตุทางถนน สรุปว่า ในการเกิดอุบัติเหตุทางถนนแต่ละครั้งย่อมเกิดขึ้นโดยปัจจัยด้านคน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม ซึ่งการสืบค้นเหตุที่เกิดขึ้น มาจากคนในทุกมิติ ดังนั้นการทำข่าวสืบสวนด้านอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับคน ซึ่งมีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องอธิบายให้เห็นว่าอุบัติเหตุเกิดมาจากความผิดพลาดหลายอย่างรวมกัน โดยเปรียบเทียบก้อนชีสแต่ละก้อนกับเครื่องป้องกันอุบัติเหตุ เช่น อุปกรณ์ป้องกันอันตรายหรือกฏระเบียบความปลอดภัยต่างๆ ส่วนรูบนก้อนชีส เปรียบกับความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งการกระทำที่ไม่ปลอดภัยของผู้ขับขี่ สภาพที่ทำให้ไม่ปลอดภัย การกำกับดูแลที่ไม่ปลอดภัย และอิทธิพลขององค์กร สุดท้ายเกิดมาตรการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ

    

ด้านนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิสรา บรรยายหัวข้อ “แนวทางการตั้งข้อสังเกต ก่อนตั้งคำถาม เพื่อหาคำตอบ” สรุปว่า เมื่อเรามองเห็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่าตัดสินตามที่ตาเห็น เช่นกรณี การทำทางให้คนบกพร่องทางสายตาของสถานีรถไฟขอนแก่น ที่มีภาพถ่ายนำเสนอออกมาว่าปูไม่ถูกต้อง ทำให้คนพิการเดินชนสายไฟ ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ได้มาจากการนำเสนอของสื่อมวลชน แต่เป็นเพจหนึ่งที่นำเสนอภาพ แล้วเขียนเนื้อหาชวนให้คิดว่าคนพิการทางสายตาเมื่อเดินแล้วอาจชนเสาไฟได้ แต่เมื่อสื่อมวลชนนำข่าวไปเสนอต่อ จะหยุดที่ภาพแชร์ในเพจไม่ได้ ต้องไปสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถานีรถไฟ หรือ คนพิการ ว่าทางเดินที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งท้ายที่สุดได้รับการชี้แจงว่า ทางเดินเท้าดังกล่าวเป็นจุดที่บอกว่าเป็นทางต่างระดับ ไม่ใช่เป็นเส้นทางนำทางให้กับคนพิการทางสายตา เช่นเดียวกับข่าวการเกิดอุบัติเหตุ ที่ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่จะบอกว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุเมาแล้วขับเพียงอย่างเดียว

Miss Evelyn Murphy เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการองค์การอนามัยโลก สำนักงานใหญ่ ระบุว่า สื่อมวลชนมีความสำคัญมาก ในการตั้งคำถามและนำเสนอข่าวให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งโครงการนี้จะทำให้เข้าใจทุกปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพื่อนำเสนอทางออก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ลดการเกิดอุบัติเหตุ และหวังว่าผู้สื่อข่าวที่ผ่านการอบรมจะสามารถนำเสนอข่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นตัวอย่างการนำเสนอในเวทีภูมิภาคอื่นๆ ได้

ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งเป้าหมายการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน

โดยเป้าหมายที่ 1 ภายในปี 2563 ทุกประเทศจัดทำแผนปฏิบัติการพนุภาคีด้านความปลอดภัยทางถนนระดับชาติ ที่ครอบคลุมรอบด้านและมีเป้าหมายที่กำหนดกรอบเวลา

เป้าหมายที่2 ภายในปี 2573 ทุกประเทศเข้าเป็นภาคีตราสารกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนที่สำคัญของสหประชาชาติหนึ่งตราสารหรือมากกว่า

เป้าหมายที่ 3 ภายในปี 2573 ถนนสายใหม่ทุกสายต้องผ่านมาตรฐานทางเทคนิค สำหรับผู้ใช้ถนนทุกคนที่คำนึงถึงความปลอดภัยทางถนนหรือผ่านการประเมินระดับ 3 ดาวหรือสูงกว่า

เป้าหมายที่ 4 ภายในปี 2573 มากกว่าร้อยละ 75 ของการเดินทางบนถนนสายที่มีอยู่แล้วต้องผ่านมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับผู้ใช้ถนนทุกคนที่คำนึงถึงความปลอดภัย

เป้าหมายที่ 5 ภายในปี 2573 ยานพาหนะใหม่ (หมายถึงทั้งที่ผลิต ขายหรือนำเข้า) และยาพาหนะที่ใช้แล้วทุกคันต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่มีคุณภาพสูง เช่น กฏสหประชาชาติที่สำคัญที่แนะนำ ข้อบังคับทางเทคนิคระดับโลก หรือข้อกำหนดระดับชาติอื่นๆ ที่ได้รับการยอมรับที่เทียบเท่า

เป้าหมายที่ 6 ภายในปี 2573 ลดสัดส่วนของยานพาหนะที่ขับขี่เกินการจำกัดความเร็วที่กำหนดลงครึ่งหนึ่งและลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกี่ยวกับการขับขี่ด้วยความเร็วลง

เป้าหมายที่ 7 ภายในปี 2573 เพิ่มสัดส่วนของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานอย่างถูกต้องให้ใกล้เคียงร้อยละ 100

เป้าหมายที่ 8 ภายในปี 2573 เพิ่มสัดส่วนของผู้ขับขี่และผู้โดยสารยานยนต์ที่ใช้เข็มขัดนิรภัยหรือใช้ระบบอุปกรณ์รัดตรึงนิรภัยสำหรับเด็กที่ได้มาตรฐานให้ใกล้เคียงร้อยละ 100

     

ด้าน นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ ผู้จัดการแผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลกด้านความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า  สถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของประเทศไทย ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การรณรงค์ที่ผ่านมาไม่ได้ผลเท่าใดนัก เพราะอาจจะแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ต้องเปลี่ยนแปลงการรับรู้การเข้าใจของประชาชนให้ถูกจุด ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนรวม โดยสื่อมวลชนมีส่วนสำคัญในการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ใช้การระดมความเห็นร่วมกัน นำข้อมูลมานำเสนอ จากนั้นปรับแก้จุดบกพร่อง โดยไม่มีการตำหนิกัน เชื่อว่าจะทำให้ได้รับความร่วมมือที่ดีเกิดขึ้น สิ่งสำคัญต้องทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจในรายละเอียดของการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดการยอมรับ

ข่าว อัญชลี อับดุล
ภาพ บุญมา ลิบลับ
คลิป ดลปภัทร ศรีงาม