ชาวต่างชาติรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวและวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ รถฝ่าฝืนแนวกั้นรถไฟ

ชาวต่างชาติรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวและวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ รถฝ่าฝืนแนวกั้นรถไฟ

ชาวต่างชาติรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวและวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ รถฝ่าฝืนแนวกั้นรถไฟ

“ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย ฉันสงสัยว่าทำไมผู้คนรู้สึกเสียใจและเศร้า เมื่อมีคนเสียชีวิตจากการข้ามทางรถไฟ แม้จะมีคำเตือนชัดเจน ที่นี่คือความจริงจากประเทศไทย บันทึกโดยฉันวันนี้ วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2019 ฉันโดยส่วนตัวแล้วแค่หัวเราะสำหรับการเสียชีวิตนั้น เพราะเขารู้ดีว่ามันคือการฆ่าตัวตายแบบหนึ่ง และแชร์สิ่งนี้ให้กับชุมชนและกลุ่มต่างๆเพื่อให้เขาได้เห็นความจริงในประเทศไทย”

ซึ่งจากคลิปดังกล่าวทำให้ผู้ใช้เฟสบุ๊กหลายคนพูดถึงการสะท้อนวินัยจราจร ของคนไทยที่ชาวต่างชาติรายนี้ได้สะท้อนออกมาในวงกว้าง

Marco Haajanen อายุ 52 ปี ชาวฟินแลนด์ ผู้โพสต์เปิดเผยว่าเหตุในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.62 ขณะกำลังเดินทางกลับจากทำธุระที่ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งต้องผ่านทางข้ามรถไฟ ในคลิปแสดงให้เห็นขณะที่เครื่องกั้นรถไฟได้เลื่อนลงมาขวางถนนรถของMR. Marco จอดอยู่เป็นคันแรกรอขบวนรถไฟผ่านไปตามปกติแต่ขณะที่รอมีรถยนต์และจักรยานยนต์ขับแซงด้านขวาฝ่าแนวกั้นรถไฟทั้งที่ปิดขวางถนนโดยที่ไม่เกรงกลัวอันตรายและกฎหมายแต่อย่างใด

ถ้าพูดถึงอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟส่วนใหญ่ เราจะเห็นว่าอุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นในบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้นอัตโนมัติ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุประเภทนี้ มาจากสาเหตุ ดังนี้

  1. ระยะการมองเห็น (Sight Distance) ที่ไม่เพียงพอ ซึ่งมักจะถูกบดบังด้วยต้นไม้ พงหญ้า สิ่งปลูกสร้างข้างทางรถไฟต่างๆ หรือรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง ระยะการมองเห็นที่ไม่เพียงพอนั้นทำให้รถยนต์ที่กำลังจะวิ่งข้ามผ่านทางรถไฟ ไม่สามารถมองเห็นรถไฟที่กำลังวิ่งใกล้เข้ามาได้อย่างชัดเจน เมื่อมองเห็นรถไฟอีกที ก็คือในขณะที่รถไฟเข้ามาใกล้ตัวรถยนต์มากแล้ว
  2. ผู้ขับขี่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง โดยไม่รู้ว่าจะมีทางรถไฟตัดผ่านอยู่ข้างหน้า ทั้งนี้อาจมีองค์ประกอบร่วม มาจากบริเวณถนน ไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนที่ชัดเจน หรือมีป้ายเตือนแต่ป้ายนั้นเก่าและเลือนลาง นอกจากนี้ที่ผิวจราจร อาจขาดเครื่องหมายจราจรที่บ่งบอกว่ามีทางรถไฟตัดผ่าน หรือเป็นผิวจราจรที่มีการปรับระดับให้อยู่ในระดับเดียวกับทางรถไฟ ยิ่งทำให้ผู้ขับขี่ขับผ่านไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่รู้ว่ามีทางรถไฟตัดอยู่ข้างหน้า
  3. ผู้ขับขี่ถูก distract ด้วยกิจกรรมอื่นภายในรถ เช่น ฟังวิทยุ คุยโทรศัพท์ คุยกันภายในรถ ทำให้ไม่ทันได้คอยระวังว่ากำลังมีรถไฟผ่านมา
  4. ผู้ขับขี่เห็นว่ารถไฟกำลังจะมาถึงแล้ว แต่เกิดการตัดสินใจผิดพลาด คิดว่าน่าจะขับรถผ่านไปได้ทัน

หลังจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถไฟทุกครั้ง มักจะมีคำถามตามมาในเรื่องของเครื่องกั้นรถไฟ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการที่จะติดตั้งเครื่องกั้นรถไฟ ก็ไม่ได้มีความจำเป็นในการติดตั้งทุกจุดตัดที่มีรถไฟผ่าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาในเรื่องของปริมาณรถไฟที่วิ่งผ่านและปริมาณจราจรที่วิ่งตัดกับทางรถไฟเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น ตัวอย่างจากกรมทางหลวง ได้อ้างอิงตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมทางหลวงและการรถไฟแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการสร้างทางหลวง เพื่อเชื่อม ผ่าน ข้าม หรือลอดทางรถไฟ ซึ่งได้กำหนดไว้ว่าหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าควรมีการติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนยานพาหนะและจำนวนขบวนรถไฟที่วิ่งผ่าน หรือพิจารณาจากค่า T.M. (Traffic Movement) คือผลคูณระหว่างจำนวนยานพาหนะที่ผ่านทาง (ADT=Average Daily Traffic) และจำนวนขบวนรถไฟในรอบ 24 ชั่วโมง

ถ้า T.M. มีค่าต่ำกว่า 10,000 ให้ก่อสร้างทางผ่านข้ามทางรถไฟแบบเสมอระดับ และติดตั้งป้ายจราจร

T.M. มีค่าระหว่าง 10,000-40,000 ให้ก่อสร้างทางผ่านข้ามทางรถไฟแบบเสมอระดับ และติดตั้งเครื่องกั้นถนนพร้อมสัญญาณไฟวาบอัตโนมัติและเสียง

T.M. มีค่า 40,000-100,000 ให้ก่อสร้างทางผ่านข้ามทางรถไฟแบบเสมอระดับและติดตั้งเครื่องกั้นชนิดมีพนักงานปิด-เปิด

T.M. มีค่ามากกว่า 100,000 ให้พิจารณาสร้างทางผ่านข้ามทางรถไฟแบบต่างระดับ โดยพิจารณาความเหมาะสมทางเศรษฐกิจในการลงทุน

นอกจากนี้ อาจพิจารณาเพิ่มเติมเรื่องระยะการมองเห็นในบริเวณจุดตัด รวมถึงแนวถนนที่ตัดกับทางรถไฟ เช่น ถ้าแนวถนนตัดกับทางรถไฟมีมุมตัดน้อยกว่า 90 องศามากๆ หรือเวลาจะผ่านทางรถไฟ ผู้ขับขี่ต้องเอี้ยวหันหลังไปมองรถไฟมากๆ ลักษณะจุดตัดแบบนี้ก็ควรที่จะติดตั้งเครื่องกั้น

ในปัจจุบัน ได้มีจุดตัดทางรถไฟอยู่หลายประเภท ได้แก่ จุดตัดแบบมีเครื่องกั้นอัตโนมัติ แบบไฟเตือนอัตโนมัติ แบบป้ายจราจร แบบทางยกระดับหรือทางลอด และแบบทางลักผ่านที่ผิดกฎหมายซึ่งไม่มีป้ายจราจรอยู่เลย ถ้าดูที่ปริมาณประเภทจุดตัดทั้งหลายแล้ว พบว่าความเสี่ยงจะอยู่ที่จุดตัดทางรถไฟแบบมีแต่ป้ายจราจร และแบบทางลักผ่าน ซึ่งมีอยู่เกือบ 1,500 จุดทั่วประเทศ ดังนั้นข้อเสนอแนะที่จะให้มีการติดตั้งเครื่องกั้นทั้งหมดทุกจุดนี้ คงใช้งบประมาณที่สูงมากและต้องใช้ระยะเวลาในการติดตั้งให้ครบ ดังนั้นช่วงระยะเวลาที่รอการติดตั้งเครื่องกั้นทั้งหมดนี้ (ซึ่งอาจจะติดครบหรือไม่ก็ยังไม่รู้) ก็คงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจุดตัดทางรถไฟให้เห็นอยู่เรื่อยๆ อีก

  1. การรถไฟแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบถนนที่ตัดผ่านทางรถไฟ ควรร่วมมือกันในการสำรวจจุดตัดทางรถไฟ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องระยะการมองเห็น โดยให้มีการถางหญ้า ตัดต้นไม้ข้างทางในบริเวณจุดตัดทางรถไฟอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเปิดระยะการมองเห็นของรถที่จะวิ่งผ่านทางรถไฟให้มากขึ้น
  2. เร่งดำเนินการตรวจสอบป้ายเตือน เครื่องหมายจราจร เส้นจราจร ว่ามีความชัดเจนหรือไม่ โดยป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจรดังกล่าวต้องสามารถเตือนผู้ขับขี่ได้ว่ากำลังจะผ่านทางรถไฟที่อยู่ข้างหน้า
  3. ตรวจสอบจุดตัดทางรถไฟ ประเภทที่ไม่มีเครื่องกั้น ว่าในปัจจุบันถึงระดับสภาพตามหลักเกณฑ์ที่สมควรต้องติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติแล้วหรือไม่ โดยพิจารณาจากปริมาณจราจร ระยะการมองเห็น และแนวถนน ตามที่ได้กล่าวแล้วในเบื้องต้น
  4. ทดสอบการทำงานของเครื่องกั้นอัตโนมัติในจุดตัดทางรถไฟ ว่ายังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่

ส่วนในระยะต่อไป ก็ควรมีมาตรการอื่นอย่างต่อเนื่อง เช่น เมื่อทำการตรวจสอบในข้างต้นแล้ว จุดที่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติ ก็ควรเสนอของบประมาณในการติดตั้งเครื่องกั้นต่อไป นอกจากนี้ ควรมีการพิจารณารูปแบบการออกแบบถนนในบริเวณจุดตัดผ่านทางรถไฟ ให้มีลักษณะทางกายภาพที่สามารถเตือนผู้ขับขี่ให้ชะลอความเร็วลง ก่อนที่จะผ่านทางรถไฟ เพราะในบางครั้งผู้ขับขี่ก็อาจไม่ทันได้มองป้ายจราจรที่เตือนอยู่ข้างทาง วิธีนี้ในต่างประเทศก็นิยมใช้อยู่หลายรูปแบบ เช่นการตีเส้นจราจรแบบพิเศษ การใช้ผิวทางที่มีสีที่แตกต่างไปจากผิวทางทั่วไป หรือการสร้างเกาะกลางในบริเวณก่อนถึงทางรถไฟ เพื่อปรับสภาพแวดล้อมของถนนให้ผู้ขับขี่รับรู้ และเพิ่มความระมัดระวัง

ส่วนผู้ขับขี่ก็ต้องคอยตระหนักอยู่เสมอว่า เมื่อใดที่ขับรถผ่านทางรถไฟ ควรตระหนักไว้เลยว่าจะมีรถไฟวิ่งผ่านเมื่อไรก็ได้ ต้องมีความระมัดระวังในการขับรถผ่านทางรถไฟ และควรชะลอความเร็วลงก่อนขับผ่านทางรถไฟ ควรเปิดหน้าต่าง ปิดวิทยุ อย่าคุยกันขณะขับผ่านทางรถไฟ เมื่อหยุดรถก็ไม่ควรหยุดใกล้ทางรถไฟมากเกินไป และพึงระลึกไว้เสมอว่าห้ามแข่งกับรถไฟเด็ดขาด ด้วยความเร็วและระยะทางของรถไฟแล้ว ทำให้ยากต่อการตัดสินใจเสมอ ดังนั้น ควรหยุดรถทันทีเมื่อมองเห็นรถไฟวิ่งมาตั้งแต่ระยะไกลๆ เสียเวลารอรถไฟวิ่งผ่านเพียงนิดเดียว ก็ยังดีกว่าเสียชีวิต เพราะถ้าชนกับรถไฟแล้วคงมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก

ข้ามทางรถไฟ อย่างไรให้ปลอดภัย วิธีขับรถผ่านทางรถไฟให้ปลอดภัย

จากสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณจุดตัดทางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในกรอบระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2558 – 2560 ได้ส่งผลให้การเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟและรถยนต์มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ สถิติการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟและรถยนต์ ล่าสุด ประจำปีงบประมาณ 2559 พบการเกิดอุบัติเหตุทั่วประเทศทั้งปี 77 ครั้ง มีจำนวนการเกิดเหตุน้อยสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 ซึ่งเกิดขึ้น 92 ครั้ง ก็พบว่ามีแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟตลอดประจำปี 2559 มีจำนวนทั้งสิ้น 32 ราย ลดลงจากปี 2558 ที่มีผู้เสียชีวิต  41 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากความไม่คุ้นเคยและความไม่ชำนาญเส้นทางของผู้ขับขี่ รวมถึงการขาดทักษะในการขับรถผ่านเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุอย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัย

  เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เพราะอาจมีจุดตัดทางรถไฟบนเส้นทาง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่มีแผงกั้นทางรถไฟ จุดตัดทางรถไฟบริเวณทางโค้ง มีต้นไม้หรือพุ่มไม้บดบังเส้นทาง รวมถึงการขับรถในช่วงกลางคืนที่ทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ดี โดยหมั่นสังเกตป้ายเตือนสัญลักษณ์ทางรถไฟริมข้างทางหรือลูกคลื่นบนพื้นผิวถนน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือน ว่าเส้นทางข้างหน้ามีจุดตัดทางรถไฟ

ชะลอความเร็วรถและหยุดรถก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟ พร้อมมองเส้นทางด้านซ้ายและขวาจนแน่ใจว่าไม่มีรถไฟวิ่งผ่านมา ค่อยขับรถข้ามจุดตัดทางรถไฟ กรณีมีสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางรถไฟ ไม่ควรหยุดหรือจอดรถคร่อมรางรถไฟเป็นอันขาด เพราะหากมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านมา จะไม่สามารถเคลื่อนรถได้ทัน

หากได้ยินเสียงสัญญาณเตือนรถไฟหรือแผงกั้นทางรถไฟปิดลงมา  ควรหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟในระยะไม่ต่ำกว่า 5 เมตร พร้อมจอดรถให้ขบวนรถไฟผ่านไปก่อน และรอจนเจ้าหน้าที่เปิดแผงกั้นทางรถไฟออก จึงค่อยขับรถผ่านจุดตัดทางรถไฟ ห้ามยกแผงกั้นทางรถไฟหรือ เร่งความเร็วขับข้ามทางรถไฟอย่างเด็ดขาด เพราะบริเวณจุดตัดทางรถไฟมีลักษณะเป็นเนิน หากเครื่องยนต์ขัดข้องหรือล้อรถติดกับร่องทางรถไฟ จะไม่สามารถเร่งเครื่องขับผ่านทางรถไฟได้ทัน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

กฤตยชญ์  พิงคะสัน จังหวัดลำพูน รายงาน

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก

 ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)