ผู้ใช้รถฝ่าฝืนแนวกั้นทางรถไฟ

ผู้ใช้รถฝ่าฝืนแนวกั้นทางรถไฟ

จากกรณีที่หนุ่มใหญ่ชาวฟินแลนด์ได้มีการถ่ายคลิปผู้ใช้รถฝ่าฝืนแนวกั้นทางรถไฟแบบเสี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นบริเวณจุดตัดทางรถไฟด้านหลังสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และได้โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 ลงไปในโลกออนไลน์จนเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความอันตรายและพฤติกรรมของผู้ใช้รถยนต์ และจักรยานยนต์หลายรายที่ฝ่าฝืนแนวกั้นรถไฟเป็นอย่างมาก จากกรณีดังกล่าว สามารถวิเคราะห์ตามแนวทางของ Swiss Cheese Model ได้ดังนี้ 

  1. ว่าด้วยการกระทำที่ไม่ปลอดภัย
  • การขับขี่ฝ่าฝืนแนวกั้นทางรถไฟของผู้ขับขี่ ( Act Vloation )
  1. ว่าด้วยสภาพเงื่อนไขที่ไม่ปลอดภัย

            2.1เงื่อนไขด้านสภาพแวดล้อมทางเทคโนโยลี

–  ว่าด้วยความยาวของไม้กั้นทางรถไฟ ไม่ครอบคลุมช่องจราจรทั้ง 2 ช่อง จากคลิปจะเห็นว่าไม้จะลงมากั้นแค่ 1 ช่องในฝั่งที่ไม้ลงมาเท่านั้น ทำให้เป็นที่ล่อตาล่อใจทำให้เกิดพฤติกรรมมักง่าย เกิดพฤติกรรมฝ่าฝืนได้ง่าย โดยเฉพาะยาพาหนะที่มีขนาดเล็ก ในกลุ่มของ รถจักรยาน,จักรยานยนต์ และรถยนต์ที่ผู้ขับขี่มีความมั่นใจในการขับขี่ของตัวเองสูง เป็นแรงจูงใจที่ทำให้คนที่จอดอยู่ด้านหลังทำตามหรือเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้

–  เครื่องอาจจะชำรุด/พังเสียหายไม่สามารถใช้การได้ เพราะเป็นเครื่องกั้นที่ใช้ระบบอัตโนมัติ หากเครื่องรวน ก็อาจจะเกิดอันตรายจากการที่เครื่องกั้นลงมาผิดจังหวะได้ / หรือกระทั่งเสียงเตือนและไฟกระพริบช่วงรถไฟจะผ่าน หากชำรุดเสียหายก็จะสร้างความสับสน

2.2 เงื่อนไขส่วนบุคคล

–  ว่าด้วยการขาดความใส่ใจในความปลอดภัย อาจจะมีสาเหตุมาจาก ความเคยชินกับพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ อาจจะด้วยเห็นแล้วว่าเวลาที่เครื่องกั้น ลงมากันก่อนรถไฟจะมาถึง กินเวลาค่อนข้างนาน ชาวบ้านไม่อยากรอนาน หรือเร่งรีบ มักง่าย รักสะดวก จึงเกิดพฤติกรรมดังกล่าว โดยขาดความตระหนักถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

  1. ว่าด้วยการกำกับดูแล

–  จุดตัดดังกล่าว เป็นจุดเชื่อมพื้นที่ใกล้เคียงเป็นชุมชนบ้านหนองมะแซว,บ้านนางบุ้ง,บ้านดูนและเชื่อมไปยังตำบลละทาย มีประชาชนที่ต้องสัญจรผ่านเส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นถึงว่ามีความเสี่ยงที่ชาวบ้านจะต้องเผชิญกับการข้ามทางรถไฟแม้กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวัน หาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการรถไฟและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ผู้นำชุมชน ไม่สร้างมาตรการหรือสร้างความรู้เข้าใจให้กับชาวบ้านได้ตระหนักกับการใช้ทางข้ามรถไฟอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยและถือเป็นแนวปฏิบัติของคนในชุมชน โดยเพาะปัจจัยเรื่องความเคยชิน เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้ใช้ถนนคันอื่นๆ

–  หน่วยงานที่กำกับดูแลคือการรถไฟ ควรจะปรับเปลี่ยนไม้กั้นทางรถไฟให้ครอบคลุมทั้ง 2 ช่องจราจรที่รถวิ่งสวนทางกันไปมา เพราะหากกั้นเพียงช่องเดียวในแต่ละเส้นทางจะเป็นสิ่งล่อใจให้ทำผิดได้ง่ายขึ้น

–  ทำป้ายแจ้งเตือน/ประชาสัมพันธ์ห้ามฝ่าฝืนแผงกั้นให้ชัดเจนหรือป้ายที่แสดงถึงอุบัติเหตุก่อนหน้านี้หากฝ่าฝืนให้ผู้ขับขี่เห็น โดยความร่วมมือกันของการรถไฟ หรือ อปท.และชาวบ้าน

–  ส่วนในเวลากลางคืน หมั่นตรวจเช็คระบบไฟส่องสว่าง,เสียงเตือนและเครื่องกั้นรถไฟให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน

  1. ว่าด้วยปัจจัยองค์กร

ในพื้นที่อำเภอกันทรารมย์จะมีจุดตัดรถไฟเล็กที่ไม่มีเครื่องกั้นประมาณ 8 จุด ซึ่งรวมจุดที่ใช้ลัดเลาะของชาวบ้าน และ 2 จุดที่มีเครื่องกั้น ภายใต้การควบคุมดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นภาพใหญ่ การติดตามตรวจสอบเครื่องกั้นให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนและการใช้ถนนที่ปลอดภัย,เสริม/เพิ่มเติมเครื่องกั้นในทางข้ามรองลงมาน่าจะให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะแต่ละปีเราจะเห็นว่ามีการรายงานข่าวเกิดเหตุสลดบนทางข้ามรถไฟจำนวนไม่น้อยเพราะขับขี่ตัดหน้า จะด้วยมองไม่เห็น ,คิดว่าขับผ่านได้ทัน,หรือแม้กระทั่งขับไปแล้วรถติดกลางลางรถไฟ

ส่วนภาพรองลงมาคือจังหวัด,อำเภอและอปท.ควรจะหามาตรการป้องกันในระดับพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุสลด โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักให้กับชาวบ้าน,ผู้ขับขี่ที่สัญจรผ่านไปมาบนทางข้ามรถไฟ รวมถึงการสำรวจจุดตัดรถไฟทุกจุดที่มีการลัดเลาะของชาวบ้านหรือใช้เป็นเส้นทางข้ามเชื่อมต่อ และให้ผู้นำหมู่บ้าน ดูแลลูกบ้านด้วยการสร้างมาตรการชุมชนขึ้นมาหรือร่วมกันเป็นหูเป็นตาบริเวณทางข้ามรถไฟ

ดลปภัทร ศรีงาม รายงาน