ฝรั่งอึ้ง! คนไทยไร้วินัยฝ่าแนวกั้นรถไฟทั้งที่มีเครื่องกั้น แต่พอตายกลับเศร้าเสียใจ

จากกรณี  หนุ่มใหญ่ชาวฟินแลนด์ถ่ายคลิปผู้ใช้รถฝ่าฝืนแนวกั้นทางรถไฟแบบไม่กลัวความตาย เผยนี่คือความจริงที่เมืองไทย และเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต และช่วยกันรักษาวินัยจราจรด้วยเพื่อให้มีชีวิตยืนยาว

จุดตัด31

“ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย ฉันสงสัยว่าทำไมผู้คนรู้สึกเสียใจและเศร้า เมื่อมีคนเสียชีวิตจากการข้ามทางรถไฟ แม้จะมีคำเตือนชัดเจน ที่นี่คือความจริงจากประเทศไทย บันทึกโดยฉันวันนี้ วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2019 ฉันโดยส่วนตัวแล้วแค่หัวเราะสำหรับการเสียชีวิตนั้น เพราะเขารู้ดีว่ามันคือการฆ่าตัวตายแบบหนึ่ง แชร์สิ่งนี้ให้กับชุมชนและกลุ่มต่างๆ เพื่อให้เขาได้เห็นความจริงในประเทศไทย”

รถฝ่าฝืนแนวกั้นรถไฟ111

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 62 ขณะที่ตัวเขาและเพื่อนเดินทางกลับจากทำธุระที่อำเภอกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งต้องผ่านทางข้ามรถไฟ ขณะนั้นเครื่องกั้นรถไฟได้เลื่อนลงมาขวางถนนเพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ของประชาชนที่วิ่งข้ามทางชนกับขบวนรถไฟที่ต้องวิ่งผ่านในจุดดังกล่าว ซึ่งรถของ MR. Marco จอดอยู่หน้าแผงกั้นเป็นคันแรกเพื่อรอขบวนรถไฟผ่านไปตามปกติแต่สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นขณะที่รอคือ มีรถยนต์และจักรยานยนต์ขับขี่แซงฝ่าแนวกั้นรถไฟที่ปิดขวางทาง โดยที่ไม่เกรงกลัวอันตรายและกฎหมายแต่อย่างใด   งงกับพฤติกรรมดังกล่าวของคนไทยที่ไม่เคารพกฎจราจร   กระทำดังกล่าวเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย มีการเตือนไว้ทุกอย่างก็ยังฝ่าฝืน

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มองเห็นถึงการไม่สนใจป้ายเตือน ฝ่าฝืนจนเคยชิน ขาดการประเมินความเสี่ยงในการขับขี่ ไม่นึกถึงการสูญเสียเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

จากสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณจุดตัดทางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในกรอบระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2558 – 2560 ได้ส่งผลให้การเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟและรถยนต์มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ มาย้อนดูสถิติการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟย้อนหลังในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยสูงเกินกว่า 100 ครั้งในทุกปี แต่หลังจากเมื่อรัฐบาลได้มีการดำเนินมาตรการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางเสมอระดับรถไฟและรถยนต์อย่างจริงจัง เมื่อปี 2558 ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สถิติการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟย้อนหลังในช่วง 10 ปี (2550 – 2559)

จุดตัด32

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการรณรงค์และแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาต (ทางลักผ่าน) ทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาโดยตลอด สาเหตุเนื่องจากผู้ขับขี่ยานยนต์ประมาท ขาดวินัยจราจรและสภาพแวดล้อม  อุบัติเหตุรถไฟชนยานพาหนะในบริเวณจุดตัดทางข้ามรถไฟ โดยไม่รวมรถไฟชนคนเดินเท้าจะเห็นมีการรายงานข่าวให้เห็นอยู่เสมอ  ข้อมูลตั้งแต่ปี 61 มีอุบัติเหตุรถไฟชนยานยนต์บริเวณจุดตัดทางรถไฟและมีการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์ กว่า 19 ครั้ง ในระหว่างเดือน ม.ค. – มิ.ย.62  เกิดอุบัติเหตุ กว่า 12 ครั้ง (ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนยานพาหนะบริเวณจุดตัดทางรถไฟ  ม.ค.61 – มิ.ย.62)

จุดตัด 33

ข้อมูลข้างบนแสดงถึงการสูญเสียอย่างมากมาย อุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟส่วนใหญ่  สาเหตุหลัก ๆ มาจากทัศนวิสัยและสภาพแวดล้อม ตลอดจนความบกพร่องของอุปกรณ์บริเวณทางตัดผ่าน หรือเกิดขึ้นเนื่องจากความประมาทเลินเล่อ ความคะนอง และการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร การแก้ไขปัญหา บริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้น ได้แก่ จุดตัดทางรถไฟประเภททางลักผ่าน และจุดตัดทางรถไฟที่ควบคุมด้วยเครื่องหมายจราจรเพียงอย่างเดียว

***จุดตัดทางรถไฟคือ จุดตัดผ่านระหว่างถนนกับทางรถไฟ จุดตัดทางรถไฟประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเหมาะกับทางตัดผ่านบนทางหลวงหรือถนนนอกเมืองที่ห่างจากชุมชนซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ติดตั้งระบบป้องกันอุบัติเหตุ แต่ยังไม่สามารถทำให้ครบทุกจุดและยังคงมีอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

***จุดทางลักผ่าน คือ ทางตัดผ่านทางรถไฟที่เป็นทางเข้า-ออกประจำของเอกชนหรือผู้อยู่อาศัยบริเวณนั้น ๆผู้ทำทางตัดผ่านอาจจะเป็นประชาชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ไม่ได้มีการขออนุญาตทำทางตัดผ่านจากการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือไม่ได้รับอนุญาตจากการรถไฟแห่งประเทศไทย จึงเป็นทางตัดผ่านที่ไม่มีการควบคุมด้านความปลอดภัย

จุดตัด33

ขอบคุณข้อมูลจาก Thai PBS

นายดลยฤทธิ์ เสฏฐสุวจะ นักวิชาการวิจัยความปลอดภัยบนท้องถนน กล่าวว่า ผู้ขับขี่รถยนต์เวลามองวัตถุขนาดใหญ่เช่นรถไฟกำลังวิ่งเข้ามาจะคาดคะเนความเร็วกับเวลาที่จะเข้าถึงค่อนข้างผิดพลาดอาจเป็นเหตุผลที่คนขับคิดว่าจะพ้นบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิด ของการเกิดอุบัติเหตุบริเวณทางจุดผ่านรถไฟเกิดจากปัญหากายภาพทาง ของจุดตัดผ่านทางรถไฟ ที่เป็นการมองเห็นของผู้ขับขี่และพนักงานขับรถ ป้ายเตือนและเครื่องหมาย บนถนนชำรุด รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่ไม่ยอมทำตามกฎจราจรจากสถิติจุดตัดผ่านทางรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาตและจุดทางลักผ่าน มีประมาณ 600 กว่าแห่งทั่วประเทศมีผู้สัญจรจำนวนมากเป็นจุดที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ  จุดทางลักผ่านมักอยู่ใกล้กับทางชุมชนตลาด ภาครัฐอาจต้องมีการปรับปรุงจุดที่ไม่ได้มาตรฐานในประเทศไทยเนื่องจากจุดทางลักผ่านอุบัติเหตุไม่เกิดขึ้นในวันนี้ก็จะโอกาสเกิดขึ้นในวันหน้า

หลายครั้งหลายหนที่เกิดอุบัติเหตุบริเวณทางตัด ระหว่างรถยนต์และรถไฟ  แล้วมักมีคำถามขึ้นมากมาย และหนึ่งในนั้นคือทำไมรถไฟถึงไม่หยุดเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงกันปะทะกันของทั้งสองฝ่าย

จุดตัด34

ปรีชา  แก้วประพันธ์ ผู้ช่วยสารวัตรประจำกองปฏิบัติการลากเลื่อน ให้สัมภาษณ์ว่า “จริงๆ แล้วพนักงานขับรถไฟทุกท่านจะทราบดีครับว่าในทางข้างหน้าที่ขบวนไปนั้นมีจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งสิ่งที่พนักงานขับรถพึงกระทำก็คือ 1. พยายามลดความเร็ว 2. พยายามเปิดหวีดรถจักรเพื่อที่จะให้เป็นสัญญาณเตือน 3. พยายามเปิดไฟหน้าเพื่อให้เป็นจุดสังเกตให้ผู้ขับขี่

รถไฟไม่สามารถหยุดได้ทันที เนื่องจากว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ เช่น 1. ความยาวของขบวนรถ ซึ่งจะทำให้น้ำหนักลากจูงของรถมาก 2. ความเร็วของขบวน 3. ระยะสายตาที่พนักงานขับรถมองเห็นที่กำลังขึ้นมาบนทาง ที่จะทำให้พนักงานขับรถหยุดขบวนรถได้ทัน

ขับรถอย่างปลอดภัยเมื่อผ่านจุดตัดทางรถไฟ

– ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522   ไม่ว่าจะขับรถประเภทใดก็ตามผ่านจุดตัดทางรถไฟทั้งที่มีที่กั้นและไม่มีที่กั้น ต้องลดความเร็ว และหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร มองซ้าย-มองขวา แน่ใจแล้วว่าไม่มีรถไฟมา จึงค่อยขับรถข้ามได้

จุดตัด35

– ไม่แทรกหรือฝ่าเครื่องกั้น ขณะรอขบวนรถไฟวิ่งผ่าน

– ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร ป้ายเตือน และเครื่องหมายจราจรต่างๆ อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าเป็นป้ายระวังรถไฟ ป้ายหยุด

– ไม่คุยโทรศัพท์ แชท หรือเปิดเพลงเสียงดังเกินไปในขณะขับรถ เพราะอาจทำให้ไม่ได้ยินเสียงสัญญาณของรถไฟ

– ไม่ขับรถแซงรถคันอื่นในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางข้ามรถไฟ

– หากเกิดเหตุไม่คาดฝันรถดับขณะข้ามจุดตัดทางรถไฟ ให้รีบเลื่อนรถออกไปให้เร็วที่สุด

จุดตัด36

แนวทางการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟ

การรถไฟแห่งประทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องควรเร่งสำรวจและดำเนินการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดบริเวณเส้นทางที่เป็นจุดตัดทางรถไฟ โดยให้หามาตรการป้องกันและติดตั้งสัญญาณเตือนและอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่ต้องสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวโดยเร็ว  ติดตั้งเครื่องกั้น ป้ายหยุด ป้ายเตือน เนินชะลอความเร็ว ไฟสัญญาณเตือนต่างๆ

****หน่วยงานท้องถิ่นกำกับดูแลพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ให้เกิดจุดตัด ทางรถไฟ (ทางลักผ่าน) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากจาเป็นขอให้หน่วยงานท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยที่การรถไฟแห่งประเทศไทยกำหนดพร้อมจัดทาสัญญาณเตือนไฟกระพริบตลอดเวลา เนินชะลอความเร็ว และป้ายเตือนบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาต (ทางลักผ่าน) บูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ การร่วมมือรณรงค์กับภาคประชาคมท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน

จุดตัด37

     จัดทำเนินชะลอความเร็ว บริเวณพื้นผิวถนนด้านละ 2 เนิน ห่างจากศูนย์กลาง ทางรถไฟ 5 เมตร และ 20 เมตรติดตั้งสัญญาณจราจร “สัญญาณไฟแดงวาบพร้อม เสียงเตือน” ที่ป้ายหยุด

การติดตั้งสัญญาณจราจรเพิ่มจากระยะเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น โดยติดตั้งสัญญาณจราจร สัญญาณไฟแดงวาบและมีเสียงเตือนบริเวณป้ายหยุด จุดตัดผ่านทางรถไฟ ทางที่ไม่ได้รับอนุญาต (ทางลักผ่าน) ทุกแห่งจำนวน 2 ดวง ด้านละ 1 ดวง

ปัจจัยองค์กร ควรเพิ่มมาตรการในการรักษา ความปลอดภัยบริเวณจุดตัดรถไฟรณรงค์รณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงบริเวณทางตัด ทั้งโรงเรียน วัด และหมู่บ้านต่าง ๆ คำนึงถึงความปลอดภัย เกี่ยวกับจุดตัดทางรถไฟที่ถูกต้องและสร้างการรับรู้ให้ผู้ใช้เส้นทางมีวินัยและตระหนักในการใช้เส้นทางรวมทั้งการให้ความสำคัญกับป้ายสัญลักษณ์เตือนต่าง ๆ อาทิ ป้ายทางข้ามทางรถไฟมีเครื่องกั้นทาง ป้ายทางข้ามทางรถไฟไม่มีเครื่องกั้นทาง ป้ายหยุด ป้ายกากบาท “ระวังรถไฟ” อันเป็นการลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน  พร้อมทั้งแผงกั้นอาจจะเป็นแบบแข็งแรงแน่นหนาหรือเป็นเพียงสิ่งกั้นขวางที่มองเห็น แต่สิ่งสำคัญก็คือควรมีความยาวที่ครอบคลุมตลอดเลนสุดถนนสองฝั่ง ไม่เปิดโอกาสให้มอเตอร์ไซค์คันไหนสามารถฝ่าหรือผ่านไปได้เลย

จุดตัด38

ด้านผู้ขับขี่ก็ต้องคอยตระหนักอยู่เสมอว่า เมื่อใดที่ขับรถผ่านทางรถไฟ ควรตระหนักไว้เลยว่าจะมีรถไฟวิ่งผ่านเมื่อไรก็ได้ ต้องมีความระมัดระวังในการขับรถผ่านทางรถไฟ และควรชะลอความเร็วลงก่อนขับผ่านทางรถไฟ ควรเปิดหน้าต่าง ปิดวิทยุ อย่าคุยกันขณะขับผ่านทางรถไฟ เมื่อหยุดรถก็ไม่ควรหยุดใกล้ทางรถไฟมากเกินไป และพึงระลึกไว้เสมอว่าห้ามแข่งกับรถไฟเด็ดขาด ด้วยความเร็วและระยะทางของรถไฟแล้ว ทำให้ยากต่อการตัดสินใจเสมอ   และหยุดทันทีเมื่อมองเห็นรถไฟวิ่งมาตั้งแต่ระยะไกล ๆ     ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ  เมื่อขับผ่านจุดตัดทางรถไฟบริเวณทางโค้งช่วงกลางคืน และเส้นทางที่มีต้นไม้ หรือวัตถุบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง   เสียเวลารอรถไฟวิ่งผ่านเพียงนิดเดียว ก็ยังดีกว่าเสียชีวิต เพราะถ้าชนกับรถไฟแล้วคงมีโอกาสรอดชีวิตน้อยมาก

โชติกา  ทวนชัยภูมิ  ร้อยเอ็ด / รายงาน