เสี่ยงอย่างยิ่ง ถ้าซิ่งเร็ว จะชนแรง รุนแรงถึงตาย

เสี่ยงอย่างยิ่ง ถ้าซิ่งเร็ว จะชนแรง รุนแรงถึงตาย

29_p1_s_1

การขับรถเร็วเป็นสาเหตุสําคัญที่สุดของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เป็นปัจจัยสําคัญที่สุดที่ทําให้เสียชีวิตจากเหตุบนท้องถนน ยิ่งขับเร็ว หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ระยะทางที่จะจอดรถได้ก็ยิ่งยาว ด้วยความเร็ว 100 กม. ต่อ ชม. ต้องใช้ ระยะ ทางถึง 112 เมตร รถจึงจะจอดสนิท ยิ่งขับเร็ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความสูญเสียก็ยิ่ง ความเร็วที่ 120 กม. ต่อชั่วโมง เมื่อเกิดเหตุ แรงกระแทก เท่ากับตกตึก 19 ชั้น

351003

 

องค์การอนามัยโลกจึงให้ข้อแนะนําว่าหนึ่งใน พฤติกรรมสําคัญที่จะต้องควบคุมอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน คือ การขับขี่ให้ช้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเร็ว ในเขตเมือง เพราะเป็นชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัย หนาแน่นได้กําหนดมาตรฐานสากลไว้ว่า ความเร็วเขต เมืองควรจะต้องไม่เกิน 50 กม. ต่อ ชม. มีการศึกษาว่า หากขับรถด้วยความเร็ว 50 กม. ต่อ ชม. แล้ว มีเด็กวิ่งตัดหน้ารถกะทันหัน ก็ยังเบรกไม่ทัน และเด็กจะถูกชนเสียชีวิต

351002

ประเทศสวีเดน  โดยนโยบาย VISION ZERO จึงออกกฎหมายความเร็วเขตเมือง   เหลือเพียง 40 กม .ต่อ ชม. เพื่อให้เกิดการบังคับใช้ กฎหมายควบคุมการ ขับเร็วอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมีการติดตั้ง กล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ ในทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ และกระบวนการในการเอาผิดผู้ กระทําผิด จะต้องถึงที่สุด เมืองไทยเรายังห่างไกลมาตรฐานสากลอยู่อีก หลายขุม

การขับขี่รถด้วยความเร็วสูงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งยวดต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่รุนแรง และ เป็นสาเหตุสําคัญที่สุดของการตายบนท้องถนนของคนไทย ถนนของประเทศไทยเรา ดีมากจนแม้มอเตอร์ไซค์ ก็สามารถขับด้วยความเร็วเกินร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่อุปกรณ์การทาง และอุปกรณ์ส่วนควบด้านความปลอดภัย บนถนนของเรายังไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจึงเกิดความสูญเสียที่รุนแรง และนับวันความรุนแรงจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่การบังคับใช้กฎหมายเพื่อตรวจจับคนที่ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายที่กําหนด ยังไม่สามารถทําได้เท่าที่ควร เนื่องจากความขาดแคลนทั้งด้านกําลังคน และอุปกรณ์

S__14901256

ในปีนี้ UN Road Safety Week ได้กําหนดให้ การ ขับรถให้ช้าลง เป็นประเด็นหลักในการผลักดันให้ทุก ประเทศทั่วโลก ช่วยกันดําเนินการเพื่อลดความสูญเสีย จากอุบัติเหตุบนท้องถนน การจะทําให้ประชาชนสัญจรด้วยความเร็วที่ช้าลง ไม่ได้ มีเพียงแค่การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ จัต event แล้ว คาดหวังว่าจะทําให้ประชาชนเข้าใจจนยอมขับรถช้าลง แต่มียุทธศาสตร์ที่ต้องบูรณาการไปพร้อมๆกัน อยู่ 5 ประการ คือ

1. มาตรการด้านถนนที่ทำให้รถต้องขับช้าลง เช่น ถนนในเมืองต้องสร้างไม่ให้กว้างเกินไป, ทําวงเวียน, ทํา speed hump, Tumble strip, ถนนสายรองที่เชื่อมกับถนนสายหลัก ไม่เข้ามาเชื่อมแบบตั้งฉาก, ติดตั้งสัญญาณไฟแดง ในชุมชน, ทําสะพานลอยคนข้ามถนน, มีเลนให้หยุดรอกลับรถที่เกาะกลางถนน, ฯลฯ

2. มาตรการด้านกฎหมาย โดยการกําหนดความเร็วสูงสุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเมืองให้ได้ตามมาตรฐานสากล คือน้อยกว่า 50 กม/ชม.

3. มาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมาย ที่เข้มงวดจริงจัง ต่อเนื่อง เท่าเทียม โดยต้องนําเทคโนโลยี มาเสริมการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ต่ารวจ คือ กล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ

4. มาตรการด้านรถที่ปลอดภัย เช่นการติด GPS พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อรถขับเร็ว, ระบบเบรกABS ที่ทําให้รถหยุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. มาตรการด้านการรณรงค์ สร้างความตระหนัก การรับรู้ของประชาชน รวมทั้งประชาสัมพันธ์ถึงการเอาจริงในการบังคับใช้กฎหมาย ย้ําอีกครั้งว่า การขับรถเร็วเป็นอันตรายอย่างยิ่งยวดทั้งต่อ ตัวเอง และผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน… โปรดระลึกเสมอว่า “SPEED KILL”

นพ วิทยา + ภาพ3

นพ.วิทยา ซาติบัญชาชัย ผู้อํานวยการศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บ