สธ.ผลักดันวาระความปลอดภัยทางถนนของเด็กและเยาวชน ให้เป็นมาตรการระดับชาติ

สธ.ผลักดันวาระความปลอดภัยทางถนนของเด็กและเยาวชน ให้เป็นมาตรการระดับชาติ

รัฐมนตรีช่วยว่าการสาธารณสุข ร่วมประกาศเจตนารมณ์ 17 หน่วยงาน เพื่อให้เด็กและเยาวชน ลดการบาดเจ็บ และการเสียชีวิต อย่ามองข้ามว่าเป็นเพียงการขับขี่เดินทางเพียงระยะสั้น ๆ รวมทั้งเร่งรีบจนลืมหรือไม่ได้สวมหมวกนิรภัย อย่าใช้ชีวิตโดยประมาทอย่างรู้ไม่เท่าทัน และผลักดันให้เป็นมาตรการสำคัญในระดับชาติ

67642738_2379711818781808_7001361828571774976_o

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 62 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามประกาศเจตนารมณ์ เพื่อการขับเคลื่อนความร่วมมือความปลอดภัยทางถนนสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน การประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 14 “เดิน ขี่ ขับ ไป-กลับ ปลอดภัย”

67777160_2379711895448467_2492243275600101376_o

จากสถิติข้อมูลปี 2560 พบว่าเด็กและเยาวชนที่มีอายุ 10 – 19 ปี เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเป็นจำนวน 3,526 คน และกลุ่มเหล่านี้ขับขี่รถจักรยานยนต์มีอัตราการสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 7  สำรับในปี 2561 มีผู้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุจำนวน 20,169 คน ซึ่งเป็นข้อมูล จาก 3 หน่วยงาน คือกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด  นับว่าเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นอนาคตของประเทศชาติที่สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งๆ ที่การเสียชีวิตด้วยสาเหตุดังกล่าว  สามารถป้องกันเพื่อมิให้เกิดการสูญเสียและผลกระทบติดตามออกมาได้

67662568_2379711478781842_8466382637890535424_o

 

การให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยทางถนนสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน  จึงได้เกิดความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ  ภาคองค์กรสาธารณประโยชน์  ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเอกชน  และสถานศึกษา ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ เพื่อการขับเคลื่อนความร่วมมือ  ความปลอดภัยทางถนนสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน  โดยกำหนดมาตรการสำคัญ 3 ประการ คือ การมีทางเลือกในการเดินทาง  โดยเฉพาะการจัดให้มีรถรับ-ส่งนักเรียนต้องมีมาตรฐานและความปลอดภัย  การขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องกำหนดให้สวมหมวกนิรภัย   ทุกครั้งที่มีการออกสตาร์รถและถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควบคู่กับการขับขี่รถจักรยานยนต์  เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ  ลดการบาดเจ็บ และการเสียชีวิต

68851319_2379712205448436_4506584827209711616_o

ทั้งนี้  จะต้องส่งเสริมให้เด็กและเยาชนต้องสวมหมวกนิรภัย โดยไม่มองข้ามว่าเป็นเพียงการขับขี่เดินทางเพียงระยะสั้น ๆ ไม่ไกลจากสถานที่ที่จะไป  หรือคิดว่าตนเองไม่ได้ขับขี่ออกสู่ถนนใหญ่   รวมทั้งมีความเร่งรีบจนลืมหรือไม่ได้สวมหมวกนิรภัย เรียกได้ว่าเป็นการใช้ชีวิตโดยประมาทอย่างรู้ไม่เท่าทัน

67948199_2379711988781791_5489998841820217344_o

ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยการปลูกฝังความรอบรู้  เจตคติที่ดีต่อการใช้หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่เด็กยังอยู่ในวัยเยาว์ระดับอนุบาล  จนกระทั่งถึงระดับอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่อง ที่เป็นระบบและมีหลักสูตรชัดเจน ทั้งในด้านการใช้รถตามกฎหมาย การต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ต้องผ่านการอบรมปฏิบัติ และฝึกฝนอย่างถูกต้อง  ไม่ใช่เพียงแค่ให้ผ่านการ ขอใบอนุญาตขับขี่เท่านั้น หรือการพกใบขับขี่เพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเท่านั้น แต่ควรหมายถึงความภาคภูมิใจที่ได้มีใบอนุญาตขับขี่ที่ผ่านการสอบด้วยความมุ่งมั่น ประการสุดท้ายคือ    การผลักดันให้เป็นวาระความปลอดภัยทางถนนของเด็กและเยาวชน  เพื่อกำหนดเป็นมาตรการสำคัญในระดับชาติ

การประสานความร่วมมือของ 17 หน่วยงาน ที่ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ในวันนี้  ถือเป็นภาคีเครือข่ายทุกส่วนที่เห็นความสำคัญและคุณค่าต่อกลุ่มเด็กและเยาวชน  

จึงขอให้ความมุ่งมั่นของ  17 หน่วยงานนี้  เป็นเครื่องยืนยันที่จะจับมือกัน  ร่วมความคิดเห็นการปฏิบัติ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนน และในอนาคตของสังคมไทยที่เด็กและเยาวชนได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์  

67909168_2378713215548335_135817994159783936_o

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ในนามของกระทรวงสาธารณสุข ที่เป็น 1 ในผู้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ จะให้ความร่วมมือ ผลักดัน การนำข้อมูลสถิติการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในกลุ่มเด็กและเยาวชน ไปกำหนดเป็นมาตรการสำคัญอีกส่วนหนึ่ง และหาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุในระยะยาวกับ 17 หน่วยงาน ดังนี้

  1. สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  2. สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย
  3. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
  4. กรมการขนส่งทางบก
  5. กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  6. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  7. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  8. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
  9. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
  10. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  11. บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด
  12. บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
  13. ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยการบาดเจ็บในเด็ก (CSIP)
  14. องค์การช่วยเหลือเด็กประจำประเทศไทย (Save the Children)
  15. ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย
  16. มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และ
  17. เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต

67762114_2379711635448493_28682311293730816_o

ทั้งนี้ ขอให้การประกาศเจตนารมณ์เพื่อการขับเคลื่อนความร่วมมือความปลอดภัยทางถนน   สำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชนของ 17 หน่วยงานครั้งนี้ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่มุ่งมั่น และประสบความสำเร็จทุกประการ  เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับความปลอดภัยทางถนนอย่างแท้จริง  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าว