ข้ามถนน ตรงทางม้าลาย แต่ทำไมยัง “เสี่ยง”เหลือเกิน

ข้ามถนน ตรงทางม้าลาย แต่ทำไมยัง “เสี่ยง”เหลือเกิน

    ทุกครั้งที่จะข้ามถนนในเมืองไทย ช่างมีความเสี่ยงอย่างมาก แม้ว่าจะข้ามถนนตรงทางม้างลาย ที่คนทั้งโลกต่างให้ความสำคัญ แต่ในประเทศไทย ไม่ให้ความสำคัญมากนัก ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายคนทำงานด้านถนนปลอดภัย อย่างกู้ชีพกู้ภัย ได้ร่วมมือจัดการความเสี่ยงนี้ ด้วยการสร้างวัฒนธรรมการข้ามถนนที่ปลอดภัย

สม3

   เครือข่ายป้องกันอุบัติเหตุทางถนน Road Safety Network of Thailand (RSN) เปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการทำสิ่งที่ควร  เพื่อสะท้อนความจริงของผู้เปราะบางบนถนน (VRUs) และการขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่ ที่เป็นมากกว่าช่วยคนเจ็บ-เก็บคนตาย ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติเรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 14 “เดิน ขี่ ขับ ไป-กลับ ปลอดภัย” (Play Your Part and Share the Road) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

รวม1

   กรณีที่ถูกหยิบยกมาบอกเล่า จากโครงการทำสิ่งที่ควรคือ ทางข้ามถนน หรือ ทางม้าลาย เป็นเป้าหมายสำคัญที่ได้ทำมาแล้ว นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน กับเครือข่ายทีมกู้ชีพกู้ภัยจากทั่วประเทศ

“สังเกตได้เลยว่า ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินข้ามทางม้าลายใจเย็นมาก ทางม้าลายเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเขา แต่นักเรียนพอข้ามถนน แค่กลางถนนเด็กต้องวิ่ง เลยรู้สึกว่าสิ่งที่เขาเดินข้ามยังไม่ปลอดภัยสำหรับเขา ถามว่ายากไหม ยาก แต่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะต้องทำให้ถนนปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เราจะขยับต่อเนื่องไป”

นายพลเสฏฐ์ เลาหกรรมวนิช ประธานมูลนิธิสว่างเบญจธรรม จ.สมุทรสงคราม กล่าว
ส่วนการขับเคลื่อนการทำงานเรื่องทางม้าลายในพื้นที่เทศบาลเมืองสมุทรสาคร เล็งเห็นปัญหาการข้ามถนนบนถนนสายหลักที่จะเดินทางไป ตลาดน้ำอัมพวาและตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีการจราจรหนาแน่น รวมทั้งพฤติกรรมการใช้รถ จอดทับทางม้าลาย โดยไม่เห็นความสำคัญ จะต้องมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาโบกรถให้จึงหยุด ทำให้หันมาทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งแนวทางต่อไปจะทำทางม้าลายมีไฟกด เทศบาลจะทำทางม้าลายใหม่ และทาสีถนน

สม1

“ข้ามถนนบนความเสี่ยง ถนน 8 เลน ไม่มีสะพานลอย ไม่มีป้ายเตือนลดความเร็ว”

ชภ3

   นายประกาศิต บุญช่วย นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลกวางโจน อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ สะท้อนปัญหาสภาพถนนในพื้นที่ เส้นทางแก้งคร้อ-ภูเขียว จากการสร้างถนนใหม่ เปลี่ยนถนน 2 เลน เป็น 8 เลน จะข้ามไปตลาด ไปโรงเรียน จะต้องข้ามถึง 4 ครั้ง พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เดิมนักเรียนจะเดินธง ปั่นจักรยานกลับบ้านได้ แต่ในปัจจุบันประสบปัญหาการข้ามถนนที่อยู่บนความเสี่ยง รถวิ่งเร็ว ไม่มีสะพานลอย ไม่มีทางม้าลาย และยังไม่ตรวจรับ ไม่สามารถติดตั้งป้ายเตือนหน้าโรงเรียนได้  แนวทางแก้ไขเบื้องต้น นักเรียนที่อยู่ไกลไป 1 -2 กิโลเมตรต้องจัดให้นั่งรถตู้วัดเดือนกว่า 100 บาท มาโรงเรียน ส่วนผู้ปกครองที่เห็นความลำบาก ได้นำรถมอเตอร์ไซค์วิ่งรับส่งเพื่อข้ามถนน รณรงค์ให้ไปใช้อุโมงค์ทางลอดถนน และได้รีบเร่งในการหาทางข้ามบริเวณหน้าโรงเรียนต่อไป

ชภ2

“รถบรรทุกอ้อยเยอะ-รถที่วิ่งผ่าน รพ.ไม่ลดความเร็ว”

สม2

   รวมทั้งกรณีศึกษาจากสมาคมเมตตาธรรมทิพยสถาน จังหวัดกาฬสินธุ์ แก้ปัญหารถบรรทุกอ้อยที่มีจำนวนมาก เกิดอุบัติเหตุชนรถอ้อย ได้บูรณาการร่วมกับโรงงานน้ำตาล เพื่อหาทางออกในการป้องกันอุบัติเหตุร่วมกัน และ การทำงานของกู้ชีพกู้ภัยโรงพยาบาลบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบปัญหาจากการใช้ทางม้าลายในถนนสาย 3497 เพชรเกษม-บางสะพานน้อย รถที่วิ่งผ่านไม่ลดความเร็ว ประสานความร่วมมือกับแขวงทางหลวงบางสะพานน้อย เร่งแก้ปัญหานี้

68844723_1420967964723882_7987723728345628672_n

   สำหรับข้อสรุปจากเวทีได้ร่างเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยเครือข่ายกู้ชีพกู้ภัยบูรณาการร่วม “จัดการข้อมูลความปลอดภัยทางถนนและจุดเสี่ยงในระดับพื้นที่” ส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยภายในองค์กร รวมทั้งสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการข้ามถนนที่ปลอดภัย การใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้อง

PowerPoint Presentation

Screenshot (1795)

ทีมข่าว : เว็บชาวข่าวเพื่อความปลอดภัยทางถนน www.roadsafetynewstizen