เดินทางปลอดภัย ห่างไกลโควิด : Healthy & Road Safety

เดินทางปลอดภัย ห่างไกลโควิด : Healthy & Road Safety

 

แม้รัฐบาลจะประกาศไม่หยุดเทศกาลสงกรานต์ 2563 ประกอบกับมาตรการต่าง ๆ ที่ทยอยออกมาในช่วงนี้ ทั้งการปิดห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง โรงงานบางแห่ง แหล่งพบปะชุมนุมต่าง ๆ ทำให้กลุ่มแรงงานไทยและต่างด้าว ต้องทยอยเดินทางกลับเพราะไม่มีรายได้และประสบความลำบากในการใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ ดังจะเห็นจากข่าวที่สถานีขนส่งแห่งที่สอง (หมอชิต) มียอดเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นจากวันละ 5 หมื่นคน เป็น 6-70,000 คน/วัน  https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_3801084

ข้อมูลจากบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเดินทางช่วงสงกรานต์กว่า 190,000 คน ซึ่งวันนี้เป็นวันที่มียอดจองตั๋วเต็มเร็วที่สุดและเป็นวันทำงานวันสุดท้ายก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ ตลอดเทศกาล คาดว่า จะมีประชาชนมาใช้บริการสูงสุด 900,000 คน ได้เตรียมเปิดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมจากขบวนประจำอีก 18 ขบวน แบ่งเป็นเที่ยวไป ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2562 จำนวน 8 ขบวน และเที่ยวกลับระหว่างวันที่ 15-17 เมษายน 2562 จำนวน 10 ขบวน รองรับการเดินทางของผู้โดยสารสูงสุดถึง 100,000 – 120,000 คนต่อวัน  https://www.js100.com/en/site/news/view/71031

25 3 63 -3

            ทางด้าน กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) https://www.dlt.go.th/th/public-news/view.php?_did=2576 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  เปิดเผยถึง  การดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยได้เพิ่มมาตรการ ด้านใบอนุญาตขับรถ อาทิ จำกัดจำนวนผู้เข้ารับบริการด้านใบอนุญาตขับรถไม่เกิน 50 คนต่อรอบ จัดที่นั่งเว้น 1 ที่นั่ง หรือเว้นระยะระหว่างคนอย่างน้อย 1 เมตร ทำความสะอาดเครื่องมืออุปกรณ์การทดสอบที่ต้องสัมผัสร่างกาย เช่น รถที่ใช้ทดสอบ เครื่อง E-exam และเครื่องมือทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายหรือสายตา ด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทุกครั้งที่เสร็จสิ้นการทดสอบและจะเริ่มทดสอบคนต่อไป

            ซึ่งล่าสุด กรมการขนส่งทางบก ปรับการให้บริการ สำนักงานขนส่งและโรงเรียนสอนขับรถ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด ประกอบด้วย ประกอบด้วย สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 12 เมษายน 2563 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนการให้บริการของสำนักงานขนส่งจังหวัดอื่นๆ ให้พิจารณาตามสถานการณ์ความจำเป็นและตามประกาศของจังหวัดนั้นๆ หากไม่มีความจำเป็น ช่วงนี้ขอความร่วมมืองดเดินทางออกจากบ้าน มาในที่ชุมชนนะคะ เพื่อความปลอดภัย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” https://www.facebook.com/PR.DLT.NEWS/posts/2571170093106142

25 3 63

ในขณะที่ โควิด-19 เป็นภัยที่น่ากลัวทั้งจากยอดผู้ติดเชื้อที่กระจายไปอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด แต่ที่ลืมไม่ได้คือ “ภัยเงียบ” ที่มีอยู่ทุกวันบนถนน เห็นได้จากตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา 1มค.-24 มีค. (ระยะเวลา 84 วัน) มีผู้ติดเชื้อสะสม 827 ราย (เฉลี่ย 9.84 ราย/วัน) เสียชีวิตจากโควิด 4 ราย ส่วน “อุบัติเหตุทางถนน“  มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาถึง 262,957 คนและเสียชีวิต 4,026 ราย (หรือเฉลี่ยต่อวัน มีผู้บาดเจ็บ 3,130.44 คน/วัน และเสียชีวิต 47.92 คน/วัน)  (ข้อมูลจาก http://www.thairsc.com/  ณ วันที่ 25 มีค.2563)

เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้ภาครัฐจะมีมาตรการให้ประชาชนอยู่ที่บ้าน ลดการเดินทาง แต่ยอดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 ก็ไม่ได้ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนยังคงมีการเดินทาง ในขณะที่การปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรก็ทำได้จำกัด ทำให้เกิดความเสี่ยงสำคัญบนถนน ได้แก่

  • มีการใช้รถส่วนบุคคลโดยเฉพาะจักรยานยนต์ แต่ยังคงไม่สวมหมวกนิรภัย (มีบางรายขี่ จยย. ใส่หน้ากากอนามัยแต่ไม่สวมหมวกกันน๊อก)
  • รถยนต์ทำความเร็วได้มากขึ้น เกิดความเสี่ยงจากการ “ขับเร็ว”

สำหรับมาตรการด้านอนามัยและความปลอดภัยในการเดินทาง (Healthy & Road Safety) มีดังนี้

รูปแบบเดินทางหลัก

1. การเดินทาง ด้วยรถสาธารณะ

สถานการณ์ ความเสี่ยงสำคัญ

ก่อนสงกรานต์ เฉลี่ยเดินทางวันละ 5-60,000 คน/วัน ช่วงสงกรานต์  เฉลี่ยเดินทางวันละ 90,000 คน

มาตรการ  Healthy เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโควิด

กรมการขนส่งทางบก บขส.และผู้ประกอบการ จัดเตรียมและกำกับมาตรการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

1.ทำความสะอาดรถสาธารณะที่ใช้ด้วยนำยาฆ๋าเชื้อ โดยเฉพาะในจุดสัมผัส ได้แก่ ราวจับ-ลูกบิดประตู ห้องน้ำ เบาะที่นั่ง

2.กำหนดให้ คนขับ-พนักงานบนรถ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ปฏิบัติงานและล้างมือบ่อย ๆ

3.social distancing และมาตรการอื่น ๆ สำหรับ ผู้โดยสาร (ผดส.) ได้แก่

– สถานีขนส่ง ตรวจวัดไข้ ใช้ระบบ termoscan จะเหมาะสมกว่าวัดทีละคน  (กรณีมีไข้ ให้งดเดินทางและประสาน จนท.สาธารณสุข)

– กำหนดให้ ผดส. ต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกคน โดยจัดเตรียมจุดจำหน่ายหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ราคาต้นทุน รองรับกรณี ผดส.ไม่ได้จัดเตรียมมา

– มีการประชาสัมพันธ์ ทั้งที่สถานีขนส่งและบนรถ ผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ให้เกิดการรับรู้

4.กรณี ผดส.จำนวนไม่เต็มทุกที่นั่ง .. จัดที่นั่งให้กระจายเพื่อเพิ่มระยะห่างของผู้โดยสาร

มาตรการ Road Safety ความปลอดภัยทางถนน ยังคงเข้มงวดกับมาตรการความปลอดภัยที่สำคัญ ได้แก่

1.มาตรการ “พนักงานขับรถ”

– ตรวจวัดแอลกอฮอล์

– ตรวจระยะเวลาทำงานไม่เกิดกำหนดและพักผ่อนเพียงพอ

– ใช้ระบบ GPS ตรวจจับความเร็วและชั่วโมงทำงาน

2.เตรียมพร้อมและมีแผนสำรอง กรณีขาดบุคลากรที่ทำหน้าที่หลัก (ต้องกักตัว 14 วัน)

3.ด้านผู้โดยสาร .. นอกจากประชาสัมพันธ์และกวดขันเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ ควรเน้น

– กำชับให้มีการใช้ “เข็มขัดนิรภัย” ตลอดเวลาที่เดินทาง

2. การใช้รถส่วนบุคคล รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ จยย.

สถานการณ์ ความเสี่ยงสำคัญ

มาตรการตรวจจับของตำรวจจราจรมีจำกัด รถใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น รถ จยย. ยังคงไม่สวมหมวกนิรภัย

มาตรการ  Healthy เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโควิด

ผู้ประกอบการ รถตู้ไม่ประจำทาง รถตู้ส่วนบุคคล .. ใช้แนวทางเดียวกับทาง บขส.

  1. ทำความสะอาดรถสาธารณะที่ใช้ด้วยนำยาฆ๋าเชื้อ โดยเฉพาะในจุดสัมผัส ได้แก่ ราวจับ-ลูกบิดประตู ห้องน้ำ เบาะที่นั่ง
  2. กำหนดให้ คนขับ-พนักงานบนรถ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ปฏิบัติงานและล้างมือบ่อย ๆ
  3. social distancing และมาตรการอื่น ๆ สำหรับ ผู้โดยสาร (ผดส.) ได้แก่
  4. จัดเตรียมหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ล้างมือ alcohol gel ไว้ให้ผู้มาใช้บริการ

ประชาชน – ผู้เดินทาง , ผู้โดยสาร 

1.หลีกเลี่ยงเดินทางด้วยรถตู้ เพราะ

– เป็นระบบปิด (แอร์) และที่นั่งติดๆ กันถ้ามีผู้โดยสารเต็มคัน

– นอกจากนี้ ผดส. ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลมาตรการต่าง ๆ ของผู้ประกอบการ (เช่น คนขับ ได้รับการตรวจความปลอดภัยอย่างไร ? )

2.กรณี จำเป็นต้องเดินทาง.. ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินทางและล้างมือบ่อย (ควรหน้ากากอนามัย + alcohol gel ติดตัวไว้ตลอด)

3.เมื่อถึงบ้าน/ชุมชน

– ใช้หน้ากาก+ล้างมือ

– หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิด (กอด ฯลฯ)

– กรณีที่มีการสัมผัสกลุ่มเสี่ยง ก็ควรกักตัว อีก 14 เมื่อเดินทางไปถึงบ้านแล้ว

มาตรการ Road Safety ความปลอดภัยทางถนน ยังคงเข้มงวดกับมาตรการความปลอดภัยที่สำคัญ ได้แก่

1.มาตรการ “พนักงานขับรถ”

– ตรวจวัดแอลกอฮอล์

– ตรวจระยะเวลาทำงานไม่เกิดกำหนดและพักผ่อนเพียงพอ

– ใช้ระบบ GPS ตรวจจับความเร็วและชั่วโมงทำงาน

2.เตรียมพร้อมและมีแผนสำรอง กรณีขาดบุคลากรที่ทำหน้าที่หลัก (ต้องกักตัว 14 วัน)

3.ด้านผู้โดยสาร .. นอกจากประชาสัมพันธ์และกวดขันเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ ควรเน้น กำชับให้มีการใช้ “เข็มขัดนิรภัย” ตลอดเวลาที่เดินทาง

กรณีรถส่วนบุคคล (รถเก๋ง/จยย.)

– เน้นขับตามกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะไม่ขับเร็ว เกินป้ายที่กำหนดไว้ (แม้ถนนจะโล่ง) เพราะความเร็วที่กำหนดไว้ตามป้ายจะสอดคล้องกับสภาพถนนในจุดนั้น ๆ

– กรณี ขี่จักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัยเพื่อลดความรุนแรงเมื่อเกิดเหตุ

– ระวังเรื่อง “หลับใน” (บางส่วนเครียดนอนไม่หลัก พักผ่อนน้อย” จะเสี่ยงต่อการหลับใน เมื่อมาขับรถในวันรุ่งขึ้น

 

โดยสรุปแล้ว มาตรการที่จะสร้างอนามัยและความปลอดภัย (Healthy & Safety) จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กัน เพราะดูจากตัวเลขสุดท้ายของผู้เสียชีวิตบนถนน ก็ยังคงเป็นการตายจาก “อุบัติเหตุทางถนน“ เป็นหลัก (เฉลี่ย 48.92 คน/วัน) และในช่วงเดียวกันที่เริ่มมีการระบาด ก็มีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 4,026 ราย

ที่มา : ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน