นักวิชาการแนะ บูรณาการด่านโควิดจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนน ลดภาระโรงพยาบาล

นักวิชาการแนะ บูรณาการด่านโควิดจะช่วยลดอุบัติเหตุทางถนน ลดภาระโรงพยาบาล

แม้รัฐจะมีมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ทั่วประเทศ แต่ยังพบว่าอุบัติเหตุทางถนน หลายจังหวัดไม่ลด หรือลดเพียงเล็กน้อย  นักวิชาการแนะ ควรมีการบูรณาการและจัดการกลไกในระดับ ศปถ.จังหวัด ทั้งปัญหาเรื่องการขับขี่รถจักรยายนต์ไม่สวมหมวกกันน็อก ปัญหาตายคาที่ และบาดเจ็บรุนแรง จากถนนโล่งขับรถเร็ว สร้างภาระเพิ่มให้กับโรงพยาบาล และบุคลากรทางทางแพทย์

 

ด่านโควิด

    จากกรณี 7 วันอันตราย (10-16 เมย 63) เทียบกับสงกรานต์ 62  ข้อมูลจากกองสาธารณสุขฉุกเฉิน (กสธฉ.) ระบบเฝ้าระวังบาดเจ็บฉุกเฉิน ช่วงเทศกาล ซึ่งวิเคราะห์ไว้เมื่อ วันที่ 17 เม.ย. 63 เวลา 21.00 น.  คือ

– ตาย 151 ราย ( ลดลง 366 ราย หรือ 70.79 % , เฉลี่ยตาย 21.57 ราย/วัน )

– ผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้ป่วยนอก (OPD) : 9,576 ราย (ลด 68.3  % เฉลี่ย 1,368 ราย/วัน )

– ผู้บาดเจ็บรุนแรง admit : 1,673 ราย (ลด 66.8 % เฉลี่ย 239 ราย/วัน )

– ดื่ม/เมาขับบาดเจ็บ : 1,207  (ลดลง 85.63 % เฉลี่ย 172.43 ราย/วัน )

– ดื่ม/เมาขับ (อายุ <20 ปี) บาดเจ็บ 92 ราย (ลด 93.7 % เฉลี่ย 13.1 ราย/วัน )

– ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้รถ จยย. 7,768 ราย (ร้อยละ 81) หรือ เฉลี่ยวันละ 1,109.71 ราย นอกจากนี้ยังพบว่า จยย.ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตส่วนใหญ่ 6,170 ราย (79.43%) ไม่สวมหมวกนิรภัย และมีถึง 3,754 ราย (86.52%) ที่บาดเจ็บเพราะล้มเอง

– พบว่า 2/3 ของผู้ที่เสียชีวิต (ร้อยละ 66.41) เป็นการเสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งสูงกว่าปี 62 ซึ่งมีการตาย ณ ที่เกิดเหตุ 47.97% (เพิ่มขึ้นถึง 18.44%) ทั้งนี้น่าจะเกิดจาก “ถนนโล่ง รถทำความเร็วเพิ่ม ทำให้รุนแรงเพิ่มขึ้น”

– ช่วงเคอร์ฟิว 7 วันอันตราย มีผู้บาดเจ็บเข้า รพ. 535 ราย ( เฉลี่ย 76.43 ราย/วัน) โดยส่วนใหญ่ (2/3) บาดเจ็บในช่วง 22.00 – 23.00 น.

170420_covidac3

ข้อกังวลจากนักวิชาการความปลอดภัยทางถนน

  1. หลายจังหวัดมี % ลดลง แตกต่างกัน (จริง ๆ ควรใกล้เคียงกัน) แสดงว่ากลไกจังหวัดในการจัดการปัญหาแตกต่างกันมาก

  2. จักรยานยนต์ + ไม่สวมหมวก ยังเป็นปัญหาใหญ่ และขาดการนำไปบูรณาการกับโควิด (ด่านโควิด ตรวจวัดไข้ใส่หน้ากาก ก็เพิ่มหมวกไปด้วย)

  3. ตายคาที่เพิ่ม เนื่องจากช่วงนี้ หลายที่ถนนโล่ง รถขับเร็ว อุบัติเหตุเท่าเดิมหรือลดลง แต่รุนแรงมากขึ้น

ข้อพิจารณา-เสนอแนะ

  1. ปีนี้ รัฐมีมาตรการเข้มเหมือนกันทั้งประเทศ และพบว่า ประชาชนให้ความร่วมมือได้ดีในระดับหนึ่ง ได้แก่

    – ห้ามขายเหล้าทุกจังหวัด

    – ห้ามเดินทาง , lockdown ในหลายพื้นที่

    – ห้ามงานรื่นเริง ห้ามเล่นน้ำ-รวมกลุ่มตั้งวง

    – มีเคอร์ฟิว ห้ามออกจากบ้าน ฯลฯ

     ส่วน % ลดทั้งตาย, บาดเจ็บ และเมาขับ ก็น่าจะใกล้เคียงกันทั้งประเทศ แต่ก็มีหลายจังหวัดที่ไม่ลด ? หรือลดเพียงเล็กน้อยไม่ถึงค่าเฉลี่ยของประเทศ  เช่น ภาคเหนือ ดูจากข้อมูล สธ. “พะเยา” มีเสียชีวิต 1 ราย ลดจากสงกรานต์62 ที่ตาย 9 ราย (ลด 8 ราย, หรือ 88.89%) ลดมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ลดตาย 70.79 % ลำปาง ตาย 2 ลดจากสงกรานต์ 62 ที่ตาย 7 ราย (ลด 5 ราย, หรือ 71.43%) ใกล้เคียงค่ากลางประเทศ แต่ จ. เชียงราย ตาย 10 ราย เท่ากับสงกรานต์ 62 ที่ตาย 10 ราย

     สำหรับภาคตะวันออก .. จ.ชลบุรี ตาย 14 ราย (ตายสูงสุด ในปีนี้) แม้ยอดตายน้อยกว่าสงกรานต์62 จำนวน 3 ราย (ลดลงเพียง 17%) เช่นเดียวกับระยองที่ปีนี้ ตาย 8 ราย น้อยกว่าสงกรานต์62 จำนวน 1 ราย (ลดลงเพียง 11.11%)

     จึงควรพิจารณาแยก 2 กลุ่มจังหวัด ได้แก่

     กลุ่ม (1) ลดได้ใกล้เคียงหรือลดได้มากกว่าค่าเฉลี่ย  จังหวัดส่วนใหญ่จะทำได้

     กลุ่ม (2) ลดต่ำกว่าค่าเฉลี่ย  เช่น ชลบุรี ระยอง เชียงราย โดยกลุ่มนี้ควรให้ ศปถ. (ศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมีการวิเคราะห์สาเหตุว่าเหตุใดจึงยังมีการตายที่สูงและไม่ลดลงเหมือนที่อื่นๆ หรือใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยประเทศ)

  1. ภาพรวม ลดตายได้ถึง 366 ราย ร่วมกับการลดผู้บาดเจ็บจากดื่มแล้วขับได้ทุกจังหวัด ซึ่งมีผลทั้งจาก การลดงานรื่นเริง/ตั้งวงสังสรรค์ และที่สำคัญคือ “ห้ามขายเหล้า” ดังนั้น จึงควรมีการศึกษาเจาะลึกว่ามาตรการห้ามขายเหล้า จะนำมาใช้ในอนาคตทั้งช่วงเทศกาลและช่วงปกติได้อย่างไร เพื่อลดผู้เสียชีวิตและผลกระทบจากดื่มแล้วขับ เพื่อลดภาระบุคลากรทางการแพทย์และลดภาระ รพ.

  2. รถจักรยานยนต์ ยังพบเป็นกลุ่มใหญ่ (ร้อยละ 80) ของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 79.4%) ไม่สวมหมวก .. แต่ในช่วงเดียวกันของ 7 วันอันตรายจะพบว่าผู้ใช้รถ จยย. มีการสวมหน้ากากอนามัยถึง 100% เนื่องจากมีกระแสและการกำกับดูแลจากด่านโควิด

    170420_covidac1

 เพื่อลดผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการบาดเจ็บศีรษะวันละกว่า 1 พันราย และมีการศึกษาว่าถ้าให้มีการสวมหมวกกันน๊อกได้ครอบคลุม 100% จะรักษาชีวิตผู้ใช้ จยย.ได้ถึงปีละ 7,793 ราย ไม่นับรวมลดผู้พิการที่จะกลายมาเป็นภาระครอบครัว และลดผู้บาดเจ็บที่จะไปเป็นภาระกับบุคลากรทางการแพทย์และ รพ. ส่งผลเสียต่อการต่อสู้กับโควิด

     ดังนั้น จึงเสนอให้ด่านโควิด ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งปกติแล้วจะมีการตรวจวัดไข้และดูการใส่หน้ากากอนามัย .. ได้เพิ่มการแจ้งเตือนให้ช่วยการสวมหมวกนิรภัย  (หรือเน้นให้ใส่หมวกเต็มใบที่มี shield ใส ๆ ป้องกัน ก็จะได้ทั้งเลี่ยงโควิดและลดบาดเจ็บศีรษะ)

  1. พบแนวโน้มการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุเพิ่มขึ้น (ตายคาทีถึง 2/3 หรือ 66.41%) ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการใช้ความเร็ว ดังนั้น ควรมีมาตรการกำกับความเร็วในช่วงนี้ เนื่องจากถนนโล่ง และรถทำความเร็วได้มาก

ด่าน1

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

บทวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2563