ไทยต้องมีเจตจำนงทางการเมืองจริงจัง จึงจะแก้ปัญหาการชนบนท้องถนนได้

ไทยต้องมีเจตจำนงทางการเมืองจริงจัง จึงจะแก้ปัญหาการชนบนท้องถนนได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนระบุ ไทยต้องมีเจตจำนงทางการเมืองจริงจัง จึงจะแก้ปัญหาการชนบนท้องถนนได้

267305

นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ประธาน สอจร. และ ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลกและโรงพยาบาลขอนแก่น กล่าวถึงสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทยในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาศักยภาพทีมภาคีเครือข่ายและเวทีสัมมนาวิชาการภาคเหนือ โครงการสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร (สอจร.) ภาคเหนือตอนล่างและตอนบน ว่า  ประเทศไทยเราเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1 ของโลกในหลายๆ ด้าน เช่น เสียชีวิตจากมอเตอร์ไซด์สัดส่วนสูงที่สุด มีถนนอันตรายที่สุด มีนักท่องเที่ยวมาเสียชีวิตมากที่สุด และยังเป็นอันดับ 1 ของ อาเซียนและภูมิภาคเอเชียการเสียชีวิตของคนไทยบนถนน มีจำนวนมากกระทั่งจังหวัดที่ตายน้อยที่สุดในประเทศไทย ยังตายน้อยกว่าประเทศที่ตายน้อยที่สุดของโลก ปัจจัยของการแก้ปัญหาที่ไม่สำเร็จของหลายๆ ประเทศรวมถึงไทยด้วย เป็นเพราะขาดเจตจำนงทางการเมืองอย่างแท้จริง (political will) ของรัฐบาล เจตจำนงทางการเมืองไม่ใช่แค่ออกมาประกาศนโยบาย แต่ต้องมีการลงทุน มีการให้อำนาจ มอบหมาย สนับสนุน มีหน่วยงานหลักที่เป็นมืออาชีพให้รับผิดชอบ มีการกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด จริงจัง ทำให้เป้าหมายใหม่ขององค์การสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก ปรับให้ทุกประเทศต้องลดการเสียชีวิตบนท้องถนนลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2030

267303

ด้าน นายแพทย์อนุชา เศรษฐเสถียร รองประธาน สอจร. และ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุการประชุมด้านความปลอดภัยทางถนนของภาคเหนือหลังสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะความสูญเสียบนถนนเริ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง พฤติกรรมความเสี่ยงของคนไทยยังเป็น old normal เราเรียกว่า การตายจากโรคระบาดโควิด 19 นับแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาจนถึงวันนี้ เรียกว่ามีคนตายห่าเพียง 58 ราย ขณะที่การตายจากอุบัติเหตทางถนนเรียกว่าตายโหงยังอยู่ที่วันละ 25-60 คน เป็นเรื่องประหลานมากที่ “คนไทยกลัวตายห่ามากกว่าตายโหง” การทำงานของแผนงานสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนระดับจังหวัด (สอจร.) จึงต้องมีการทำงานสอดคล้องกับกลไกจังหวัด อำเภอ ตำบล เชื่อมงานกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ หน่วยงานที่มีงบประมาณ ในพื้นที่ปลุกให้ลุกขึ้นมาทำงานอย่าใช้การฝากให้ทำ เราต้องชวนให้ทุกคนลงมือทำกันในทันที ทำให้คนมาทำงานด้วยกันมีความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนจนไปถึงระดับนโยบาย เหมือนกับที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้นโยบายกับพื้นที่ระดับอำเภอ ตำบล นำงบประมาณ 1 แสนบาท ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้งบประมาณผ่านแผนงาน สอจร. ไปดำเนินงานและทำให้เกิดความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นให้ได้

267307

การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ จัดให้มีขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 10-11 สิงหาคม 2563 ที่จังหวัดสุโขทัย มีผู้เข้าร่วมประชุม 120 คน จากทุกจังหวัดภาคเหนือ 18 จังหวัด ประกอบด้วยการเล่าสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนและสถานการณ์โควิด 19 มีการแก้ปัญหาเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ทิศทางการดำเนินงาน สอจร.8 และการนำเสนอผลการดำเนินงานที่โดดเด่นสามารถลดการเกิดอุบัติเหตกับมีการป้องกันภัยบนถนนอย่างเข้มแข็งจากทุกจังหวัด.