“7 วันอันตราย ความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก”

“7 วันอันตราย ความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก”

เทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ 2564 ที่มาพร้อมกับ คําว่า 7 วันอันตราย ในทุกๆปีเราต้องสังเวยชีวิตคนไทยไป กว่า 400-500 ชีวิต บาดเจ็บอีกมากกว่า 20,000 คน จากอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 7 วัน ความสูญเสียในระดับนี้ เกิดขึ้นในทุกๆเทศกาลทั้งปีใหม่ สงกรานต์ แม้จะระดมสรรพกําลัง ตั้งด่านในทุกพื้นที่ จัดเวรผู้บริหารออกตรวจเยี่ยมทั้ง 7 วัน แต่ยังไม่สามารถหยุดยั้งการเจ็บ-ตายจํานวน มากมายมหาศาลนี้ได้

แล้วในวันธรรมดาๆ ที่ดีกรีความเข้มข้นของกระบวนการ ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจะลดลงต่ํากว่าช่วงปีใหม่มากๆ ก็ แทบจะคาดเดาได้เลยว่า เหตุจะเกิดขึ้นมากเพียงไหน ยอดผู้เสียชีวิต 7 วันอันตราย ปีใหม่ สงกรานต์รวมกัน จึงเป็นแค่ ไม่ถึง 5% ของการสูญเสียตลอดทั้งปี

จากฐานข้อมูลศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และ สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ไม่แปลกใจอะไรเลย ที่แหล่งข่าวมากมายหลายแหล่งทั่วโลกจะบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีถนนที่อันตรายที่สุดในโลก

เราทราบดีว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นด้านคน รถ หรือถนน แต่ปัจจัย สําคัญที่สุด เกิดจากพฤติกรรมมนุษย์ เราทราบอย่างแน่ชัดว่า ถ้าคนขี่คนซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกคนใส่หมวกกันน็อค ถ้าทุกคนขับรถให้ช้าลง ถ้าทุกคนไม่ดื่มแล้วขับ ถ้าเราสามารถจัดการกับแค่สามพฤติกรรมเสี่ยงนี้ เราก็ สามารถลดความสูญเสียได้แล้ว ถึง 75%

ความจริงก็คือ

เรามีกฎหมายหมวกกันน็อคมาแล้ว กว่า 20 ปี แต่คนขี่มอเตอร์ไซค์ยังใส่หมวกกันน็อคแค่ 40% คนซ้อนใส่หมวก แค่ 15% มีคนเมาขับรถเพ่นพ่านบนท้องถนน โดยแทบจะไม่ถูกจับ มีคนขับรถเร็วเกินกฎหมายกําหนดวันหนึ่งเป็นแสนเป็นล้าน
แล้วทําไมเราถึงยังทํากันไม่ได้

จึงเป็นความเสี่ยงของพวกเราคนไทยทุกคนที่ต้องออกมา ใช้รถใช้ถนนกันทุกวัน และเป็นความเสี่ยงของชาวต่างประเทศทุกคนที่ต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทย การจัดการกับพฤติกรรมเสี่ยงทั้งสามนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน มีบทเรียนความสําเร็จในการลดความสูญเสียจากเหตุบน ท้องถนน ให้เราเห็นจากประเทศรอบข้าง ไม่ต้องมองไป ไกลถึงอังกฤษ เยอรมัน สวีเดน ที่เขาทําได้มานานแล้ว

เอาใกล้ๆ แค่ มาเลย์เซีย อินโดนีเซีย หรือแม้กระทั่ง เวียดนาม ก็มีความสําเร็จให้เราเรียนรู้ มีคําถามที่คาใจมาหลายปีแล้วว่า เราใช้วิธีการที่ถูกต้อง แล้วหรือในการจัดการกับปัญหานี้ เราหมดปัญญาที่จะ จัดการกับปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้วหรือ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวเอาไว้ว่า Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results ซึ่งมีความหมายว่า คนสติไม่ดีเท่านั้น ที่ใช้วิธีการเดิมๆ ในการทํางาน แล้วหวังว่าจะได้ผลงานดีขึ้นกว่าเดิม ซ้ําร้ายไปกว่านั้น หลายคนพยายามกดยอดความสูญเสียให้ต่ําเข้าใว้ โดยไม่ยอมรับว่าสถานการณ์จริงมันร้ายแรง กว่าที่คิด

หากเราจะจัดการกับปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้ได้ เราน่าจะต้องทบทวนและกําหนดยุทธศาสตร์ใหม่ในการจัดการ กับปัญหาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ปัญหาความปลอดภัยทางถนนเป็นปัญหาที่ใหญ่และซับซ้อน ประเทศของเรามีความจําเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องมี องค์กรระดับชาติด้านความปลอดภัยทางถนน ทําหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทําแผนหลักแห่งชาติเพื่อความ ปลอดภัยทางถนน บริหารแผนหลักฯอย่างเป็นระบบ เป็น มืออาชีพ จริงจัง ต่อเนื่อง ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมาย กํากับติดตามผลการดําเนินงาน สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

เรามีความจําเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องมีการบังคับใช้ กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง ตลอดทั้งปี ไม่เฉพาะ แต่ปีใหม่ สงกรานต์ โดยนําเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้า มาสนับสนุนการปฏิบัติงาน และลงโทษผู้กระทําผิด จนถึงที่สุด เครือข่ายประชาคม และสื่อมวลชน ต้องร่วมมือกัน อย่างจริงจังในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึง สถานการณ์ที่เลวร้ายของภัยบนท้องถนน และให้ ความร่วมมือกับการปฏิบัติตามกฏจราจรในทุกท้องที่ ปัญหายิ่งใหญ่ที่มีความซับซ้อนยิ่งระดับชาตินี้จึงจะสามารถแก้ไขได้

ที่มา : นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บ