Road Safety Newstizen

นโยบายตำบลถนนปลอดภัย

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการประชุม “มอบนโยบายตำบลถนนปลอดภัย” โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ “พัฒนาแกนนำจังหวัด” เพื่อขับเคลื่อนตำบลถนนปลอดภัย ณ ห้องประชุมดอนเมือง โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต ดอนเมือง กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 17 – 1 8 มีนาคม 2563 กระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่เลขาศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) พยายามประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน เพื่อนำไปสู่การลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่ผ่านมาตัวเลขการตายบนท้องถนนไทย ในแต่ละปีเช่นปี 2561-2562 เฉลี่ยปีละ 2 หมื่นกว่าราย ไม่รวมคนบาดเจ็บ พิการ ทรัพย์สินเสียหาย ดังนั้น ภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนน จึงก่อให้เกิดความสูญเสียต่อประเทศ หลายแสนล้านในแต่ละปี โดยจากงานวิจัยของทีดีอาร์ไอและคมนาคม ได้วางกรอบประเมินมูลค่าชีวิตคนตาย เฉลี่ยรายละ 10 ล้านเศษเท่ากับว่าในเชิงตัวเลขทางเศรษฐกิจประเทศไทยเสียหายปีละไม่ต่ำกว่าสองแสนล้านบาท เป็นที่ทราบกันดีว่า ยานพหนะที่ประสบอุบัติเหตุอันดับต้นๆ กว่า 70% คือรถมอเตอร์ไซค์ถึงเวลาที่เราต้องดูแลลดปัจจัยเสี่ยงจากมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะในเรื่องความเร็วระบบเบรกวิธีการได้มาซึ่งใบอนุญาตขับขี่เพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสียในกลุ่มนี้ ทั้งนี้ เป้าหมายดำเนินการลดอุบัติเหตุ ต้องทำเพิ่มจากการแก้ไขที่ตัวบุคคล เพราะที่ผ่านมาเราทำได้ผลดีในระดับหนึ่ง […]

ปักหมุดจุดตาย ถนนสายพังโคน-วาริชภูมิ จ.สกลนคร

ปักหมุดจุดตาย ถนนสายพังโคน-วาริชภูมิ บริเวณโค้งวัดธาตุศรีมงคล บ้านธาตุ ต.วาริชภูมิ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ชาวบ้านเรียกร้องการแก้ไขปัญหา เพิ่มลูกระนาดก่อนถึงโค้ง ขยายถนน เพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยในชุมชน   Road Safety Newstizenทีมข่าว Roadsafety Newstizen http://www.roadsafetynewstizen.com/

เปิดสาระสําคัญของปฏิญญาสตอกโฮล์ม ด้านความปลอดภัยทางถนนระดับโลก ครั้งที่ 3

เปิดสาระสําคัญของปฏิญญาสตอกโฮล์ม หลังผู้บริหารระดับสูงของทุกประเทศที่ร่วมประชุมด้านความปลอดภัยทางถนนระดับโลก ครั้งที่ 3 (The 3rd Global Ministerial Conference on Road Safety)ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ต่างตอกย้ำคํามั่นสัญญาที่จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายระดับโลก Global Goals ในปี 2030 นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้อํานวยการศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บ เปิดเผยถึงสาระสําคัญของปฏิญญาสตอกโฮล์ม Stockholm Declaration โดยระบุว่า รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงของทุกประเทศที่มาประชุม 3rd Global Ministerial Conference on Road Safety: Achieving Global Goals 2030 Stockholm ระหว่างวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2563 ขอตอกย้ำคํามั่นสัญญาที่จะผลักดันให้บรรลุ Global Goals ในปี 2030 โดยมีมติและความรับผิดชอบร่วมกันดังนี้ 1. ขอยืนยันในคํามั่นสัญญาที่จะนํา 2030 agenda ผสมผสานกับนโยบายของ UN […]

มาตรการสำคัญจากเวทีการประชุมด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 (The 3rd Global Ministerial Conference on Road Safety)ที่ประเทศสวีเดน

นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกด้านการป้องกันการบาดเจ็บ หนึ่งในผู้เข้าร่วมเวทีการประชุมด้านความปลอดภัยทางถนนระดับโลก ครั้งที่ 3 (The 3rd Global Ministerial Conference on Road Safety) ที่ประเทศสวีเดน ได้สรุปปัญหาสำคัญบางส่วนจากการประชุม Side event before 3rd Ministerial Meeting on Road Safety: Achieving Global Goal 2030 @ Stockholm Waterfront Congress Center, Stockholm, Sweden WHO ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า เมื่อสิ้น Decade of Action 2011-2020 การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของโลก จะต้องลดลงครึ่งหนึ่ง แต่เมื่อถึงสิ้นทศวรรษความปลอดภัยทางถนนในปี 2020 นี้ WHO ได้ประเมินแล้วว่าเราไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้ ความสูญเสียชีวิตจากเหตุบนท้องถนนยังอยู่ในระดับสูงกว่า 1.35 ล้านคนในแต่ละปี จดหมายเหตุในการประชุม 3rd […]

การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน จังหวัดนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราชโชว์เปลี่ยนจังหวัดให้ปลอดภัยในงานสัมมนาวิชาการ “รวมพลังขับเคลื่อนกลไกจังหวัดสู่อำเภอเพื่อความปลอดภัยทางถนน : การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน จังหวัดนครศรีธรรมราช” นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประธานในพิธีเปิดการสัมมนาวิชาการ กล่าวว่า ได้รับความสนใจจากฝ่ายนโยบาย โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี เอาจังหวัดเป็นตัวอย่างของการลดอุบัติเหตุลดอุบัติภัยทางถนน ซึ่งมี สสส.ให้การสนับสนุน ตามความจริงยังมีความหนักอยู่ เรายังเห็นภาพคนขับรถตัดหน้ารถที่ขับมาเร็ว มีคนเมาแล้วขับ ในทางปฏิบัติการต้องลดจำนวนครั้งของอุบัติเหตุ กับ ลดความรุนแรง อย่างการใช้หมวกนิรภัย เข็มขัดนิรภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาพของพ่อแม่ต้องหยอดน้ำข้าวให้ลูกพิการ อารยธรรมของคนนครศรีธรรมราช คนรุ่นใหม่ต้องรักหวงแหนชีวิต    นายแพทย์วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ รองประธานคนที่ 2 สสส. ขึ้นกล่าวถึงการลดอุบัติเหตุที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ถ้าป้องกันได้ต้องชวนกันป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย เพราะการตายจากอุบัติเหตุไม่มีการสั่งเสียกันได้ก่อนล่วงหน้า ยิ่งถ้าผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นลูกแล้วเสียชีวิตหรือพิการไป จะทำให้พ่อแม่และครอบครัวต้องลำบากอย่างสาหัส การเจ็บการตายในบ้านเรามีเพชรฆาตเบอร์ 1 คือ มะเร็ง อันดับสองคือ โรคหัวใจหลอดเลือด เส้นเลือดตีบ อันดับสามคือ อุบัติเหตุ เดิมโรคที่คร่าชีวิตคนไทยคือ บรรดาโรคติดเชื้อ อย่างบาดทะยัก วัณโรค แต่ยุคปัจจุบันไม่มีเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรม การป้องกันดำเนินงานจำเป็นต้องบูรณาการกับหลายหน่วยงานปรับแต่งพฤติกรรมการขับรถของคนไทย อย่างร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นต้นแบบที่ดี ทำให้คณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ร่วมกับ สมาคมแพทย์อุบัติเหตุแห่งประเทศไทยและ สสส. เตรียมตัวลงมาเยี่ยมชมงาน   ช่วงเสวนา นายอุดมพร กาญจน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันฯ กล่าวว่า เป็นการท้าทายการทำงานอย่างมากเพราะที่ผ่านมานครศรีธรรมราชมีจำนวนผู้เสียชีวิตขึ้นสถิติของประเทศ พอมีการท้าทายการลดจำนวนผู้เสียชีวิตเข้ามา ทางจังหวัดได้ร่วมกันขยับศักยภาพการทำงานของพื้นที่ ของชุมชนขึ้นมา ไม่ว่า จะมาจากการชวนหรือสร้างความเข้มแข็งกันขึ้นมาเอง 165 ตำบลสามารถทำได้ 80% และทำได้ครบทุกอำเภอ โดยทาง ปภ.ทำงานควบคู่กับการทำงานด้านภัยพิบัติ การเดินทางของเราได้พี่เลี้ยง สอจร. ได้ สสส.ช่วยเสริมเรื่องงบประมาณและวิชาการทำให้ขับเคลื่อนได้ ที่น่าเสียดายคือ ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่เรามีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 20 กว่า   นายแพทย์ไพศาล แก้วนพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุ่งใหญ่  เล่าว่างานป้องกันอุบัติเหตุทางถนนของพื้นที่ทุ่งใหญ่เริ่มจากพยาบาลห้องฉุกเฉิน เรื่องรักษาผู้บาดเจ็บเท่าไหร่ก็ไม่พอ ต้องหันมาป้องกัน ต้องตระหนักว่า เป็นของทุกคนทำงานแบบภาคีเครือข่าย มีส่วนร่วม เรามีรูปแบบของ พชอ. สามารถนำอุบัติเหตุมาผนวกเข้ากับงาน พชอ.ได้ ที่สำคัญคือ การใช้ข้อมูลมาช่วย ยกตัวอย่างทุ่งใหญ่มีถนนสายหลักผ่าน 6 สาย เฉพาะสายปริกจากกระบี่เข้านครศรีธรรมราช เป็นเส้นทางจากอันดามันมาสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดเหตุกับคนต่างพื้นที่ วัยรุ่น ส่วนมากไม่สวมหมวกนิรภัย […]

ผลผลิต “ดีเอ็นเอ” สร้างเยาวชนเคารพกฎจราจร เตรียมขยายสู่ชุมชนรอบข้าง

ผลผลิต “ดีเอ็นเอ” เยาวชนเคารพกฎจราจร ออกดอกออกผล โรงเรียนเทศบาล 1 วัดเทพมงคล สานต่อภารกิจลดอุบัติเหตุทางถนน ตั้งเป้าต้นแบบขยายสู่ชุมชนรอบข้าง นายกิตติพงษ์  โพธิ์มาตย์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 วัดเทพมงคล จ. อำนาจเจริญ กล่าวว่า หลายคนมองว่าการใส่หมวกกันน็อค เป็นเรื่องที่แปลกและทรมานมากสำหรับคนไทย ร่วมไปถึงการปฏิบัติตามกฎและเครื่องหมายจราจร ถามว่าทุกคนรู้ถึงความหมายหรือไม่.. แต่กลับไม่ทำตามกฎ ! เมื่อเป็นเช่นนี้โรงเรียนไม่อยากเข้าไปบังคับผู้ปกครองโดยตรง แต่เมื่อได้รับประสานจาก สสส. เข้ามาดำเนินโครงการขยายผลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ สู่โรงเรียนความปลอดภัยทางถนนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ แผนงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) โดยมีวัตถุประสงค์ติดตามนักเรียนที่จบมากจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ว่าเด็กและผู้ปกครองมีพัฒนาการและยังคงพฤติกรรม การสวมหมวกกันน็อคอยู่หรือไม่ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีมาก โดยในระยะเริ่มต้นทีมเครือข่าย สอจร. นักวิจัย และครู ได้ร่วมกันวางแผนดำเนินงาน ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรบูรณาเข้าไปในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง และสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน แบ่งเป็นการปลูกฝังเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กช่วงวัยต่างๆ โดยปัจจุบันอยู่ในระยะขยายความรู้ไปยังผู้ปกครอง และชุมชนรอบข้างต่อไป “หลายครั้งเรามักจะได้ยินว่า ทำไมโรงเรียนไม่สอนเด็ก ให้มีความรู้และปฏิบัติตามกฎจราจร เราจึงให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ เพราะทุกวันนี้อุบัติเหตุทางถนน เป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย การจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน และบูรณาการเข้าไปในรายวิชา ให้นักเรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้และข้อมูลที่สำคัญ เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งภายหลังทดลองดำเนินการพบว่า ทั้งนักเรียนและผู้ปกครองให้ความร่วมมือ และมีพฤติกรรมตระหนักถึงความปลอดภัยมากขึ้น” นางขวัญมณี จันทิมา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่น ระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชน ทุกฝ่ายมีส่วนสำคัญมาก โดยเฉพาะด้านการช่วยกันกำหนดจุดเสี่ยงและแก้ไข ป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำในอนาคต โดยก่อนเริ่มดำเนินการมีการสูญเสีย ประมาณ  2-3 รายต่อปี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังอำดเภอและจังหวัดรอบข้าง ก่อนหน้าผู้ปกครองมักมองว่า การขี่มอเตอร์ไซค์ส่งบุตรหลานมาโรงเรียนในแต่ละวัน เป็นระยะทางที่ใกล้ๆ ส่วนใหญ่จึงไม่สนใจใส่หมวกกันน็อค แต่เนื่องจากเส้นทางมายังโรงเรียนนั้น ต้องผ่านทางแยกใหญ่ 3-4 จุด ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุจึงมักบาดเจ็บรุนแรง หรืออาจหนักถึงขั้นเสียชีวิต “ภายหลังพบว่าผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญ โดยเฉพาะการสวมหมวกกันน็อค เพราะทุกคนเห็นภาพชัดเจนว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุน่ากลัวยิ่งกว่าแตงโมงแตก” นางขวัญมณี กล่าว ด้าน พรทิพพา สุริยะ ผู้จัดการโครงการขยายผลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ สู่โรงเรียนความปลอดภัยทางถนนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ แผนงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) กล่าวถึงวัตถุประสงค์โครงการ.. ว่า ต้องการให้เด็กตระหนักรู้ถึงความปลอดภัย ในระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการ 16 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ เลือกพื้นที่พัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ในพื้นที่จราจรแออัด และมีความพร้อมของหน่วยงานท้องถิ่น และขยายเป็น 30 ศูนย์ จากการสำรวจก่อนดำเนินการ ช่วงแรกพบอัตราใส่หมวกเพียง 2% แต่เมื่อทำกิจกรรมต่อเนื่อง อัตราใส่หมวกเพิ่มเป็น 90-100% ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี เราเน้นดำเนินการ 3 ประเด็น คือ 1. การมีส่วนร่วม ครูผู้ปกครอง จุดเสี่ยงตั้งแต่บ้านเด็กถึงโรงเรียน วิเคราะห์ปัญหา แดง เหลือง เขียว 2. ปรับพฤติกรรมเสี่ยง เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ปกครองที่ส่งต่อมายังเด็ก เช่น ไม่สวมหมวก ไม่คาดเข็มขัด เล่นโทรศัพท์ขณะขับขี่ ปรับเปลี่ยนเริ่มต้นจากการใส่หมวกโดยไม่รู้สึกถูกบังคับ ผ่านกิจกรรมให้ความรู้สัญญาณจราจรและป้ายบอกต่างๆ และ 3. การจัดเรียนสอนที่เหมาะกับช่วงวัย การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ปลูกฝังพฤติกรรมการรับรู้ เด็กบอกต่อผู้ปกครองได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่ใช้รถใช้ถนน ระยะที่ 2 ขยายสู่โรงเรียนระดับประถม ต่อเนื่องจากเด็กในศูนย์เด็กเล็ก และเมื่อขยับกลุ่มจากเด็กเล็กมาที่เด็กโต ต้องพัฒนาชุดข้อมูลความรู้ที่เข้ากับช่วงวัย ปัญหาการทำงานระหว่างสถานศึกษาใต้สังกัดที่ต่าง ศธ. ส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความร่วมมือ ไม่เป็นผลเท่าที่ควร แต่สังกัดเทศบาลได้รับความร่วมมือค่อนข้างดี มีการประกาศขอความร่วมมือให้ทั่วประเทศใช้หลักสูตรในโรงเรียนสังกัด “ด้วยความร่วมมือจากท้องถิ่น ตอนนี้เครือข่ายโฟกัสการทำงานกับ อปท. โรงเรียนในสังกัดเทศบาล เพราะผู้บริหารและครูเห็นตรงกันว่า ความปลอดภัยทางถนนเป็นสิ่งสำคัญ พวกเขาไม่อยากเห็นภาพเด็กตัวเล็กๆ ขายังไม่ถึงพื้น ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์และไม่ใส่หมวกกันน็อกมาโรงเรียน ส่วนโรงเรียนในสังกัด สพฐ. นั้น มีบ้างบางแห่งที่โรงเรียนและครูตระหนัก และส่งเสริมให้มีการปลูกฝังเรียนรู้ภายในสถานศึกษา” พรทิพพา กล่าว Road Safety Newstizenทีมข่าว Roadsafety Newstizen http://www.roadsafetynewstizen.com/

ต้นแบบศูนย์เด็กเล็ก พัฒนาหลักสูตรปลูกฝังความปลอดภัยทางถนน

ศูนย์เด็กเล็กวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ส่งต่อ “ดีเอ็นเอ” พฤติกรรมลดอุบัติเหตุ “จากรุ่นสู่รุ่น” เปิดปฏิบัติการส่งต่อ “ดีเอ็นเอ” พฤติกรรมลดอุบัติเหตุ “จากรุ่นสู่รุ่น” ณ ศูนย์เด็กเล็กวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ต้นแบบศูนย์เด็กเล็ก พัฒนาหลักสูตร – ปลูกฝังความปลอดภัยทางถนน “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” สำนวนไทยคุ้นหู จุดประกายจุดเริ่มต้นนำไปสู่ โครงการขยายผลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ สู่โรงเรียนความปลอดภัยทางถนนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และนักวิชาการ แผนงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) โรงเรียนเทศบาล 4 อนุบาลพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ จ. อุบลราชธานี ตั้งอยู่ติดกับตลาดสด และถนนเชื่อมเส้นทางสายหลัก ในแต่ละวันมีการสัญจรคับคั่ง ผู้ปกครองส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์ รับ-ส่งนักเรียน คือหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ และปัจจุบันสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การขับขี่ที่ปลอดภัยได้อย่างประสบผลสำเร็จ ไม่เฉพาะกับตัวเด็กนักเรียนเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ปกครองและชุมชนรอบข้าง ที่ได้หันมาให้ความสำคัญในการเคารพกฎจราจร โดยก่อนเข้าร่วมโครงการทั้งโรงเรียนมีอัตราสวมหมวกกันน็อคเพียง 5% แต่ภายหลังเข้าร่วมโครงการ ทั้งผู้ปกครองและนักเรียนสวมหมวกกันน็อค เกือบ 100%   “เราสอนเด็กเล็กตามหลักสูตรแกนกลางอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะในกลุ่มสาระการเรียนรู้มีแค่เรื่องปลอดภัยไว้ก่อนและเด็กดีมีวินัย แต่ไม่พูดถึงเรื่องกฎจราจรและความปลอดภัยทางถนน ซึ่งทั้งสองสิ่งถือเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้เด็กเข้าใจ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะติดตัวเมื่อเติบโตไปในอนาคต” ครูจิ๊ […]

“ดื่ม-เมาขับ” จากงานเลี้ยง(เหล้า)ของบริษัทใครบ้างต้องร่วมรับผิดชอบ ?

จากกรณีพนักงานประสบอุบัติเหตุเพราะ “ดื่ม/เมาขับ” จากงานเลี้ยง(เหล้า)ของบริษัทใครบ้างต้องร่วมรับผิดชอบ เรื่องนี้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหลายบริษัท ห้างร้านหรือหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ จะมีงานเลี้ยงพนักงานในช่วงสิ้นปี และมักจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของงานเลี้ยง โดยคาดหวังว่าถ้าเมาก็คงไม่ขับรถกลับ หรือมีคนที่ไม่เมาช่วยกันดูแลรับส่งคนเพื่อนๆ กลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงเหตุการณ์ช่วยกันส่งคนเมากลับบ้านก็ทำได้เพียงบางส่วน เพราะพนักงานที่มีรถไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือจักรยานยนต์ เมื่อดื่มไปแล้วก็เชื่อว่าตัวเองไม่เมา ขับไหว มีบางบริษัทที่จัดงานเลี้ยงพร้อมกับเตรียมรถรับส่งพนักงานเพื่อให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่ก็มีจำนวนน้อย นอกจากนี้งานเลี้ยงในบริษัทที่จบช่วงค่ำ ๆ หรือจนดึก หลายกรณีที่เกิดอุบัติเหตุพบว่าพนักงานก็ชวนกัน “ไปต่อ” ในสถานบันเทิงหรือแหล่งดื่มกินที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนดึกดื่นเป็นเหตุให้มีทั้งเรื่องดื่ม/เมาขับ บางกรณีก็มีหลับในร่วมด้วย และที่มักจะพบร่วมเสมอคือ “ยิ่งดื่ม ยิ่งไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย” เช่น ขับรถก็ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขี่จักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน๊อก กรณีล่าสุดเมื่อเวลา 1.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม 62 มีอุบัติเหตุที่เกิดกับพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ขับรถออกจากงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัท โดยรถเสียหลักชนแท่งแบริเออร์ร่างกระเด็นออกมา (ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย) และเสียชีวิต https://today.line.me/TH/pc/article/6woZ16?utm_source=lineshare ทำไม .. งานเลี้ยงบริษัท ต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ? ปัจจุบันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้าเบียร์ ถูกกระบวนการตลาด การส่งเสริมการขายของธุรกิจสุราในรูปแบบต่าง ๆ สร้างภาพลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปเชื่อมโยงกับ […]

เวทีเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.62 ที่ อิมแพค เมืองทองธานี จัดโดยศูนย์อํานวยการความปลอดภัยทางถนน และ สสส. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้มากที่สุด สร้างความปลอดภัยตลอดทั้งปี นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด-สอจร. ได้สรุปสาระสำคัญโครงการดังนี้คือ 1. ใช้กลไก ศปถ.จังหวัด และ อําเภอ ขับเคลื่อนนโยบาย และแผนงานตานความปลอดภัยทางถนน 2. ศปถ.จังหวัด และ ศปถ.อําเภอ ต้องบูรณาการแผนงานร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน และ อปท. 3. ทุกภาคส่วน ต้องร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมรับผิดชอบในการสร้างนวัตกรรมป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ให้ประสบผลอย่างยั่งยืน เป้าหมายให้สามารถลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ให้เหลือ 21 ต่อแสนประชากร ภายในปี 2564 เวทีในครั้งนี้เป็นวัน Kick off โครงการ โดยมีผู้บริหารจากทุก ภาคส่วน ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เข้าร่วมประชุม รวมทั้งสิ้น 2,700 คน Key message […]

กลับบ้านปลอดภัย

คนที่รอ #ปีใหม่กลับบ้านปลอดภัย #กลับบ้านปลอดภัยคือของขวัญที่ดีที่สุดวันขึ้นปีใหม่…สำหรับคุณอาจเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง แต่สำหรับใครบางคนอาจเป็นเพียงอีกหนึ่งวันธรรมดา ที่เค้ารอคอยให้คุณกลับบ้านปลอดภัย #คนที่รอ #สสส Posted by เพจชาวข่าวเพื่อถนนปลอดภัย on Sunday, December 15, 2019 #ปีใหม่กลับบ้านปลอดภัย #กลับบ้านปลอดภัยคือของขวัญที่ดีที่สุด วันขึ้นปีใหม่…สำหรับคุณอาจเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง แต่สำหรับใครบางคนอาจเป็นเพียงอีกหนึ่งวันธรรมดา ที่เค้ารอคอยให้คุณกลับบ้านปลอดภัย #คนที่รอ #สสส Road Safety Newstizenทีมข่าว Roadsafety Newstizen http://www.roadsafetynewstizen.com/

1 2 3 4 5 30